สหรัฐฯ พลิกเกมต่ออิห... ข่าวล่าสุด
ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัว (Xinhua) ที่อ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ของอิหร่าน เมื่อเวลาประมาณ 01:30 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เกิดเสียงระเบิดขึ้น 3 ครั้งทางตะวันออกของเมืองท่าอาบาส (Bandar Abbas) ทางตอนใต้ของอิหร่าน พร้อมกับระบบป้องกันภัยทางอากาศของเมืองที่ทำงานเป็นเวลาหลายนาที เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียง 3 วันหลังจากที่กองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศในพื้นที่เดียวกันเมื่อคืนวันที่ 25 พฤษภาคม ซึ่งทางเพนตากอนระบุว่าเป็นการโจมตี "เพื่อป้องกันตนเอง" การกลับมาใช้กำลังทางทหารครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความคาดหวังที่ว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังใกล้จะบรรลุข้อตกลงเบื้องต้น สร้างความสับสนให้กับนานาชาติและตั้งคำถามถึงท่าทีที่พลิกผันของวอชิงตัน
การโจมตีทางอากาศที่อาบาส: สัญญาณของการกลับมาของความขัดแย้ง
แหล่งข่าวจาก AFP ยืนยันว่า การโจมตีเมื่อวันที่ 25 และ 28 พฤษภาคม มุ่งเป้าไปที่เป้าหมายทางทหารในเมืองอาบาส ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือสำคัญของกองทัพเรืออิหร่าน การโจมตีครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 12 ราย และสร้างความเสียหายแก่โครงสร้างพื้นฐานทางทหาร ขณะที่การโจมตีครั้งที่สองในวันที่ 28 พฤษภาคม มุ่งเป้าไปที่คลังอาวุธและศูนย์บัญชาการ โดยมีรายงานผู้เสียชีวิต 7 รายจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ การโจมตีเหล่านี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ออกมาข่มขู่ว่าจะใช้มาตรการทางทหารหากการเจรจาไม่คืบหน้า ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าสหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนจากยุทธศาสตร์การเจรจามาสู่การบีบบังคับทางทหารอีกครั้ง
การพลิกคำพูดของทำเนียบขาว: จาก "มองโลกในแง่ดี" สู่ "ข้อกล่าวหาเท็จ"
เพียงไม่กี่วันก่อนการโจมตี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจา โดยระบุว่าทั้งสองฝ่ายกำลังใกล้บรรลุ "ข้อตกลงกรอบการทำงาน" แต่ในวันที่ 27 พฤษภาคม สื่ออิหร่านได้ตีพิมพ์เอกสารที่อ้างว่าเป็น "ร่างบันทึกความเข้าใจเบื้องต้น" ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งรวมถึงประเด็นเรื่องการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรและการจำกัดโครงการนิวเคลียร์ อย่างไรก็ตาม ภายในไม่กี่ชั่วโมง ทำเนียบขาวได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธเอกสารดังกล่าวอย่างแข็งขัน โดยโฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า "บันทึกความเข้าใจที่เผยแพร่เป็นของปลอม" และย้ำว่าสหรัฐฯ จะไม่ยอมรับเงื่อนไขใดๆ ที่ละเมิดผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของชาติ การพลิกคำพูดนี้เกิดขึ้นพร้อมกับคำกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ว่า "ความคืบหน้าในการเจรจาไม่เป็นที่น่าพอใจ" และขู่ว่าหากไม่บรรลุข้อตกลง "เราจะทำงานให้เสร็จ" ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงปฏิบัติการทางทหาร
ข้อเรียกร้องใหม่ของทรัมป์: การเชื่อมโยงกับข้อตกลงอับราฮัม
นอกเหนือจากการกลับมาใช้กำลังและการปฏิเสธข้อตกลงแล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้เพิ่มเงื่อนไขใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในการเจรจากับอิหร่าน โดยเรียกร้องให้ประเทศในตะวันออกกลางเข้าร่วม "ข้อตกลงอับราฮัม" (Abraham Accords) ซึ่งเป็นข้อตกลงที่นำไปสู่การทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับประเทศอาหรับเป็นปกติ "หากพวกเขาไม่เซ็น ฉันไม่แน่ใจว่าเราควรจะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านหรือไม่" ทรัมป์กล่าวกับนักข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม คำกล่าวนี้สร้างความประหลาดใจให้กับนักวิเคราะห์ เนื่องจากเป็นการเชื่อมโยงประเด็นที่ก่อนหน้านี้ถูกมองว่าแยกจากกัน และอาจเป็นสัญญาณว่าสหรัฐฯ กำลังใช้การเจรจากับอิหร่านเป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อผลักดันวาระทางการทูตอื่นๆ ของตน
กลยุทธ์สองหน้าของสหรัฐฯ: การเจรจาและการโจมตี
ตามรายงานของรอยเตอร์ ตั้งแต่การหยุดยิงชั่วคราวและการเริ่มต้นการเจรจาเมื่อเดือนเมษายน 2569 กลยุทธ์ของสหรัฐฯ ถูกวิเคราะห์ว่ามีลักษณะสองด้าน: การกดดันทางการเมืองและการทหารควบคู่ไปกับ "สิ่งล่อใจ" ของการหยุดยิง เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่าการเจรจาส่วนใหญ่เป็นไปในทางอ้อมผ่านคนกลาง โดยสหรัฐฯ win97 slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ยืนกรานในประเด็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่กลับไม่ยอมผ่อนปรนในประเด็นการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องหลักของอิหร่าน การโจมตีทางทหารระหว่างการเจรจายิ่งทำให้ความไม่ไว้วางใจของอิหร่านเพิ่มขึ้น ดังที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยกับ BBC ว่า "การโจมตีแต่ละครั้งเป็นการพิสูจน์ว่าสหรัฐฯ ไม่ใช่คู่เจรจาที่น่าเชื่อถือ" ทำให้เตหะรานยืนกรานว่าข้อตกลงใดๆ จะต้องอยู่ในรูปแบบลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน
เส้นสีแดงของอิหร่าน: จุดยืนที่ไม่เปลี่ยนแปลง
ในขณะที่สหรัฐฯ เปลี่ยนท่าที อิหร่านกลับยืนกรานในจุดยืนที่มั่นคง ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของสภานิติบัญญัติอิหร่านได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียเมื่อเช้าวันที่ 28 พฤษภาคม ว่า "อิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อการข่มขู่ทางวาจาของประธานาธิบดีทรัมป์" และย้ำว่าเส้นสีแดงของอิหร่านประกอบด้วยสามประเด็นหลัก ได้แก่ สิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและการครอบครองคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ สิทธิในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด กองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสราเอล (IRGC) ยังออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ว่าโอกาสที่จะเกิดสงครามครั้งใหม่กับสหรัฐฯ นั้น "ต่ำ" แต่ยืนยันว่ากองกำลังติดอาวุธของอิหร่านได้ "บรรจุกระสุนจนเต็มแม็กกาซีน" และพร้อมตอบโต้ทุกสถานการณ์
แรงกดดันจากในประเทศและอิสราเอล: ปัจจัยที่ทำให้สหรัฐฯ เลือกเดินถอยหลัง
การพลิกผันของนโยบายสหรัฐฯ ไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายนอกเท่านั้น welcome slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ แต่ยังถูกขับเคลื่อนโดยแรงกดดันทางการเมืองภายในและจากพันธมิตรที่สำคัญ ดังตารางต่อไปนี้:
| กลุ่มผู้มีอิทธิพล | ท่าทีต่อการเจรจากับอิหร่าน | ผลกระทบต่อการตัดสินใจของทรัมป์ |
|---|
| --- | --- | --- |
|---|
| ฝ่ายเหยี่ยวในพรรครีพับลิกัน (เช่น ลินด์ซีย์ เกรแฮม, ไมค์ ปอมเปโอ) | วิพากษ์วิจารณ์ข้อตกลงว่าอ่อนแอเกินไป | กดดันให้ทรัมป์ไม่ยอมประนีประนอม เพื่อไม่ให้เสียคะแนนเสียงในกลุ่มอนุรักษ์นิยม |
|---|
| รัฐบาลอิสราเอล (นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู) | มองว่าข้อตกลงเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงของอิสราเอล | ผลักดันให้สหรัฐฯ เลิกเจรจาและกลับมาใช้กำลัง โดยใช้เครือข่ายกลุ่มล็อบบี้ในวอชิงตัน |
|---|
| กลุ่มต่อต้านสงครามและผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วไป | คัดค้านสงครามที่ยืดเยื้อและสูญเสียงบประมาณ | กดดันให้ทรัมป์หาทางยุติความขัดแย้ง แต่ความเห็นแตกแยกในเรื่องวิธีการ |
|---|
ตามรายงานของ Al Jazeera วุฒิสมาชิกเกรแฮมและประธานคณะกรรมาธิการกองทัพวุฒิสภา โรเจอร์ วิกเกอร์ ได้ออกมาประณามข้อตกลงดังกล่าว โดยเกรแฮมกล่าวว่า "นี่เป็นการยอมจำนนต่ออิหร่าน ความสำเร็จของเราจะสูญเปล่า" คำพูดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกแยกภายในพรรครีพับลิกัน ขณะที่ทรัมป์เผชิญกับการเลือกตั้งกลางเทอมในปลายปีนี้ ซึ่งการถูกกลุ่มเหยี่ยวทอดทิ้งอาจทำให้พรรครีพับลิกันเสียที่นั่งในสภาคองเกรส
ในขณะเดียวกัน อิสราเอลซึ่งเกรงว่าข้อตกลงจะปล่อยให้อิหร่านมีศักยภาพด้านขีปนาวุธและนิวเคลียร์ พร้อมกับยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ได้ใช้เครือข่ายการเมืองและกลุ่มล็อบบี้ภายในสหรัฐฯ เพื่อผลักดันให้ทรัมป์เปลี่ยนท่าที ดังที่นักวิเคราะห์จาก Brookings Institution ระบุว่า "สำหรับอิสราเอล อิหร่านที่แข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและนิวเคลียร์คือฝันร้าย ดังนั้นพวกเขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้การเจรจาล้มเหลว"
FAQ
Q1: สาเหตุหลักที่ทำให้สหรัฐฯ เปลี่ยนท่าทีอย่างกะทันหันคืออะไร?
A1: การเปลี่ยนท่าทีของสหรัฐฯ เกิดจากปัจจัยหลักสองประการ: แรงกดดันจากฝ่ายเหยี่ยวในพรรครีพับลิกันที่ไม่พอใจกับแนวคิดการประนีประนอม และแรงกดดันจากอิสราเอลที่มองว่าข้อตกลงใดๆ mobile slots ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ กับอิหร่านเป็นภัยคุกคาม โดยเฉพาะในช่วงที่ใกล้การเลือกตั้งกลางเทอม ทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องเลือกที่จะกลับไปใช้เส้นทางแข็งกร้าวเพื่อรักษาฐานเสียง
Q2: อิหร่านมีท่าทีอย่างไรต่อการเปลี่ยนแปลงของสหรัฐฯ?
A2: อิหร่านยืนกรานในจุดยืนที่ไม่เปลี่ยนแปลง โดยย้ำถึงเส้นสีแดงสามประการ: สิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม การควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร โดยผู้นำอิหร่านมองว่าการโจมตีทางทหารของสหรัฐฯ เป็นการยืนยันว่าวอชิงตันไม่ใช่คู่เจรจาที่น่าเชื่อถือ และจะไม่ยอมถอยจากการข่มขู่ทางทหาร
การพลิกผันนโยบายของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของการเจรจาภายใต้แรงกดดันทางการเมืองภายในและระหว่างประเทศ ขณะที่สหรัฐฯ เลือกกลับไปใช้เส้นทางทหาร ซึ่งอาจนำไปสู่การปะทะที่รุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง ในที่สุดแล้ว การเจรจาเรื่องอิหร่านยังคงเป็นสมการที่ซับซ้อนและไม่มีทางออกง่ายๆ ในระยะเวลาอันใกล้นี้

บทความที่เกี่ยวข้อง - รอยัล คา สิ โน 777 แตกง่าย ได้เงินจริง
ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัว (Xinhua) ที่อ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าวฟาร์ส (Fars)