นายกฯ เช็กยอมรับ งบก... ข่าวล่าสุด
นายอันด์เรย์ บาบิช นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐเช็ก เปิดเผยกับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ว่า สาธารณรัฐเช็กอาจไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการใช้จ่ายด้านกลาโหมที่กำหนดโดยองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ในปีนี้ได้ ซึ่งเป้าหมายดังกล่าวกำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องใช้จ่ายด้านกลาโหมไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัว (Xinhua) และได้รับการยืนยันเพิ่มเติมจากรายงานของรอยเตอร์ส (Reuters) ซึ่งระบุว่าคำแถลงของนายกฯ บาบิช สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายทางการคลังที่หลายประเทศในยุโรปกำลังเผชิญ ท่ามกลางแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่เพิ่มสูงขึ้น
งบประมาณติดขัด ปมปัญหาเก่ายังไม่คลี่คลาย
นายบาบิชกล่าวว่า รัฐบาลของเขาจะ "พยายามอย่างเต็มที่" เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว แต่ติดปัญหาที่รัฐบาลชุดก่อนได้ก่อภาระการใช้จ่ายเกินตัวจนทำให้เกิดช่องว่างทางการคลังที่รัฐบาลชุดปัจจุบันกำลังเร่งแก้ไข "เราเป็นหนี้ที่สืบทอดมาจากรัฐบาลก่อน เราต้องใช้เวลาในการจัดระเบียบการคลัง" นายบาบิชกล่าวกับผู้สื่อข่าว "การบรรลุเป้าหมาย 2% ในปีนี้จึงเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง" จากข้อมูลของกระทรวงกลาโหมเช็กในปี 2568 การใช้จ่ายด้านกลาโหมของประเทศอยู่ที่ประมาณร้อยละ 1.55 ของ GDP ซึ่งยังคงห่างจากเป้าหมาย 2% อยู่ประมาณ 0.45% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.2 หมื่นล้านโครูนาเช็ก
เป้าหมายใหม่ 3.5% แห่งอนาคต: วิสัยทัศน์กับความเป็นจริง
ในเดือนมิถุนายน 2568 ผู้นำประเทศสมาชิก NATO ในการประชุมสุดยอดที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้ตกลงกันที่จะเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหมประจำปีขึ้นเป็นร้อยละ 5 ของ GDP ภายในปี 2578 โดยแบ่งเป็นร้อยละ 3.5 สำหรับค่าใช้จ่ายด้านกลาโหมหลัก และอีกร้อยละ 1.5 สำหรับการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและความมั่นคงทางไซเบอร์ อย่างไรก็ตาม นายบาบิชระบุว่า สาธารณรัฐเช็กตั้งเป้าที่จะบรรลุเป้าหมายใหม่ที่ NATO กำหนดไว้ที่ร้อยละ 3.5 ของ GDP ภายในปี 2578 แต่เขาเน้นย้ำว่าพันธมิตร NATO ควรให้ความสำคัญกับขีดความสามารถด้านการป้องกันที่จับต้องได้ มากกว่าการไล่ตามตัวเลขการใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว "มันไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลข แต่เป็นเรื่องของสิ่งที่เราซื้อได้และเราพร้อมแค่ไหน" แหล่งข่าวจากสำนักข่าว AFP ยืนยันว่า นายบาบิชได้กล่าวในทำนองเดียวกันในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเน้นถึงความจำเป็นในการลงทุนในระบบป้องกันทางอากาศและยานเกราะ
ตารางเปรียบเทียบเป้าหมายการใช้จ่ายด้านกลาโหมของสาธารณรัฐเช็ก
| ปี | เป้าหมาย (% ของ GDP) | สถานะปัจจุบันโดยประมาณ (%) | อุปสรรคสำคัญ |
|---|
| --- | --- | --- | --- |
|---|
| 2569 (2026) | 2.0% | ~1.6% (คาดการณ์) | หนี้สาธารณะจากรัฐบาลก่อน, ภาวะเงินเฟ้อ |
|---|
| 2573 (2030) | อยู่ระหว่างพิจารณา | ~2.0% (เป้าหมายเบื้องต้น) | การจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณ |
|---|
| 2578 (2035) | 3.5% (เป้าหมายใหม่ของ NATO) | ยังไม่ชัดเจน | การเติบโตทางเศรษฐกิจ, ต้นทุนอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สูงขึ้น |
|---|
ปัจจัยภายใน: การเมืองและงบประมาณที่ถูกจำกัด
นายบาบิชซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อน สงครามในอิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่ส่งผลให้ราคาพลังงานในยุโรปพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก สร้างแรงกดดันให้กับครัวเรือนและธุรกิจในสาธารณรัฐเช็กเป็นอย่างมาก สถานการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลต้องเลือกจัดสรรงบประมาณจำนวนจำกัดเพื่อดูแลสวัสดิการของประชาชนก่อน ace win slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ นายบาบิชกล่าวอย่างชัดเจนว่า "ผมจะไม่ให้ประชาชนชาวเช็กจ่ายค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนอีกต่อไป" โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่สงครามในอิหร่านทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น “เงินสาธารณะที่มีอยู่อย่างจำกัดจะต้องถูกนำไปใช้เพื่อประชาชนของเราเป็นอันดับแรก ไม่ใช่เพื่อยูเครน” คำกล่าวนี้ของนายบาบิช ซึ่งถูกรายงานโดยสำนักข่าว Bloomberg สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความรู้สึกที่เปลี่ยนไปในสังคมเช็กที่เริ่มเบื่อหน่ายกับความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ
แรงกดดันจากสหรัฐฯ: “ถึงเวลาที่พันธมิตรต้องจ่าย”
ประเด็นการใช้จ่ายด้านกลาโหมของประเทศสมาชิก NATO เป็นประเด็นที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ หยิบยกขึ้นมากดดันอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งแรก ล่าสุด นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้กล่าวในงานประชุม Shangri-La Dialogue ครั้งที่ 23 ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ว่า “ยุคที่สหรัฐอเมริกามาอุดหนุนค่าใช้จ่ายด้านการป้องกันให้ประเทศร่ำรวยนั้นสิ้นสุดลงแล้ว” เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “สิ่งที่เราต้องการคือหุ้นส่วน ไม่ใช่ประเทศในอารักขา” ถ้อยแถลงที่แข็งกร้าวนี้ทำให้บรรดาผู้นำยุโรป โดยเฉพาะประเทศที่มีงบประมาณจำกัดอย่างสาธารณรัฐเช็ก ต้องเร่งหาทางออกเพื่อตอบสนองความคาดหวังของวอชิงตัน โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศมากเกินไป
ผลกระทบต่อยูเครนและอนาคตความช่วยเหลือ
ท่าทีของนายกฯ บาบิช ส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการเปลี่ยนจุดยืนของสาธารณรัฐเช็กที่มีต่อยูเครน จากที่เคยเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนที่แข็งขัน โดยเฉพาะในระยะแรกของสงคราม ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้คือต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น lambo slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนและขีดความสามารถทางการคลังของรัฐ “ประชาชนของเรากำลังเดือดร้อนจากค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้น เราต้องดูแลพวกเขาก่อน” นายบาบิชย้ำถึงความจำเป็นในการใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อรักษาเสถียรภาพทางสังคมภายในประเทศ มากกว่าการส่งอาวุธหรือเงินช่วยเหลือไปยังยูเครน ซึ่งแตกต่างจากนโยบายของรัฐบาลก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง
Q1: ทำไมสาธารณรัฐเช็กถึงไม่สามารถบรรลุเป้าหมายการใช้จ่ายด้านกลาโหมของ NATO ในปีนี้?
A1: สาเหตุหลักมาจากปัญหาทางการคลังที่สืบทอดมาจากรัฐบาลชุดก่อน ซึ่งทำให้เกิดการขาดดุลงบประมาณอย่างมาก นอกจากนี้ รัฐบาลชุดปัจจุบันยังต้องจัดลำดับความสำคัญในการใช้จ่ายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น อันเป็นผลพวงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้เงินทุนที่จะจัดสรรให้กับกระทรวงกลาโหมมีจำกัดและไม่เพียงพอที่จะเพิ่มงบประมาณให้ถึงร้อยละ 2 ของ GDP ตามข้อกำหนด
Q2: นายกฯ บาบิช ให้ความสำคัญกับอะไร แทนการไล่ตามเป้าหมายการใช้จ่าย?
A2: นายบาบิชเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ตัวเลขการใช้จ่าย แต่คือการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศที่แท้จริง penny slot machines free slots ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ เช่น การมีระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ทันสมัย หรือกองทัพที่มีการฝึกฝนพร้อมรบ เขาเห็นว่าการลงทุนในสิ่งเหล่านี้สำคัญกว่าการใช้งบประมาณไปโดยเปล่าประโยชน์เพียงเพื่อให้ได้ตัวเลขตามเป้าหมาย
ท่าทีของนายกฯ บาบิช ตอกย้ำความตึงเครียดระหว่างพันธกรณีระหว่างประเทศของสาธารณรัฐเช็กกับความท้าทายทางเศรษฐกิจภายในประเทศ การตัดสินใจในปีนี้ไม่เพียงส่งผลต่อเป้าหมายการใช้จ่ายด้านกลาโหมของ NATO หากแต่ยังสะท้อนถึงทิศทางนโยบายต่างประเทศของประเทศที่กำลังปรับเปลี่ยนไปท่ามกลางโลกที่ผันผวน

บทความที่เกี่ยวข้อง - wild ape #3258 อัปเดต
นายกฯ อันด์เรย์ บาบิช แห่งสาธารณรัฐเช็ก ยอมรับว่าปี 2569 ประเทศอาจไม่บรรลุเป้าหมายการใช้จ่ายด้านกลาโหม 2% ของ GDP ตามข้อกำหนด NATO ชี้ปัญหาหนี้สินและราคาพลังงาน