สหรัฐฯ-เวียดนาม รับป... ข่าวล่าสุด
สหรัฐอเมริกาและเวียดนามได้ยืนยันพันธกรณีร่วมกันในการหลีกเลี่ยงการปั่นค่าเงิน (currency manipulation) ผ่านแถลงการณ์ร่วมที่ออกโดยกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และธนาคารกลางเวียดนาม หลังจากการหารือระดับสูงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นดุลการค้าที่เวียดนามเกินดุลสหรัฐฯ เป็นมูลค่าสูงถึง 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ตามรายงานของสำนักข่าว Reuters
การหารือระดับสูงและการยืนยันพันธกรณีร่วม
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 กระทรวงการคลังสหรัฐฯ และธนาคารแห่งรัฐเวียดนาม (State Bank of Vietnam) ได้ออกแถลงการณ์ร่วมระบุว่าทั้งสองฝ่ายจะทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมเสถียรภาพของตลาดการเงินและหลีกเลี่ยงการดำเนินการด้านนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจส่งผลเสียต่อคู่ค้ารายอื่น แถลงการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการประชุมปรึกษาหารือทวิภาคีที่กินเวลานานถึง 3 วันในกรุงฮานอย โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสจากทั้งสองฝ่ายเข้าร่วม
“เราได้ตกลงร่วมกันว่าการดำเนินนโยบายการเงินที่ไม่โปร่งใสอาจนำไปสู่ความไม่สมดุลทางการค้าและความผันผวนของตลาดโลก” นายเจคอบ ลูว์ (Jacob Lew) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวในแถลงการณ์ “ความร่วมมือกับเวียดนามในครั้งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน”
นางเหงียน ถิ ห่ง (Nguyen Thi Hong) ผู้ว่าการธนาคารแห่งรัฐเวียดนาม เปิดเผยว่า “เวียดนามให้ความสำคัญกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค และพร้อมที่จะปรับปรุงนโยบายให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน” การยืนยันครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญหลังจากที่สหรัฐฯ เคยขึ้นบัญชีเวียดนามเป็นประเทศที่ต้องจับตามองด้านนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนถึง 2 ครั้งในช่วงปี 2563-2565
รายละเอียดข้อตกลงและมาตรการเพิ่มความโปร่งใส
แถลงการณ์ร่วมได้ระบุมาตรการสำคัญ 4 ประการที่ทั้งสองฝ่ายจะดำเนินการร่วมกัน ได้แก่ การเพิ่มความถี่ในการเปิดเผยข้อมูลการแทรกแซงค่าเงิน การปฏิบัติตามมาตรฐานความโปร่งใสของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) การจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อติดตามนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน และการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านเศรษฐกิจมหภาคเป็นประจำทุกไตรมาส
| มาตรการ | รายละเอียด | กรอบเวลา |
|---|
| --- | --- | --- |
|---|
| การเปิดเผยข้อมูล | เวียดนามจะรายงานปริมาณการซื้อขายเงินตราต่างประเทศสุทธิทุกเดือน | เริ่มไตรมาสที่ 3 ปี 2569 |
|---|
| มาตรฐาน IMF | ปรับแนวทางนโยบายให้สอดคล้องกับ IMF Article IV Consultation | ภายในปี 2570 |
|---|
| คณะทำงานร่วม | ประชุมทุก 6 เดือนเพื่อทบทวนนโยบาย | เริ่มประชุมครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2569 |
|---|
| การแลกเปลี่ยนข้อมูล | รายงานข้อมูล GDP และยอดเกินดุลการค้าล่วงหน้า | ทุกไตรมาสเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2569 |
|---|
แหล่งข่าวจากสำนักข่าว AFP ยืนยันว่าเวียดนามจะต้องเปิดเผยข้อมูลการแทรกแซงค่าเงินที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของทุนสำรองระหว่างประเทศที่มากกว่า 5% ของ GDP ในแต่ละปี ซึ่งการดำเนินการนี้จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสให้กับนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนของเวียดนาม
ผลกระทบต่อดุลการค้าและเศรษฐกิจเวียดนาม
เวียดนามเป็นประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ มากเป็นอันดับ 3 รองจากจีนและเม็กซิโก โดยในปี 2568 มูลค่าการส่งออกจากเวียดนามไปสหรัฐฯ สูงถึง 1. mayana slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ 36 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่การนำเข้าจากสหรัฐฯ มีมูลค่าเพียง 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เกิดช่องว่างทางการค้ามากถึง 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
การตกลงในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่มีต่อเวียดนามในเรื่องการกำหนดค่าเงินด่งให้อ่อนค่าเกินจริง ซึ่งเป็นข้อกังวลที่สหรัฐฯ มองว่าเป็นการส่งเสริมการส่งออกอย่างไม่เป็นธรรม โดยตัวเลขการเกินดุลการค้าดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566 และ 1.05 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567
ดร. วู ดิง อานห์ (Vu Dinh Anh) นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยเศรษฐกิจและการจัดการกลางเวียดนาม ระบุว่า “ข้อตกลงนี้จะเป็นทั้งความท้าทายและโอกาส หากเวียดนามปรับตัวได้ดี ก็จะช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 8-10% ในปี 2570 แต่ถ้าหากไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ ก็อาจเผชิญกับมาตรการทางการค้าที่รุนแรงขึ้น”
ปฏิกิริยาจากตลาดการเงินและนักลงทุนต่างชาติ
ภายหลังการประกาศแถลงการณ์ร่วม ค่าเงินด่งเวียดนามแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยประมาณ 0.3% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 โดยเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 24,280 ด่งต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นเวียดนามดัชนี VN Index ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.2% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อนโยบายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
นายไมเคิล โกเมซ (Michael Gomez) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์เมอร์ริล ลินช์ (Merrill Lynch) ให้ความเห็นว่า “การที่เวียดนามยอมปฏิบัติตามมาตรฐาน slot internet ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ IMF จะช่วยลดความเสี่ยงด้านนโยบายและทำให้เวียดนามน่าสนใจสำหรับนักลงทุนระยะยาวมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจการผลิตและอิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี”
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากสำนักข่าว Bloomberg ยืนยันว่ายังมีความกังวลในหมู่นักลงทุนบางส่วนเกี่ยวกับความสามารถของเวียดนามในการรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ซึ่งเศรษฐกิจเวียดนามในปี 2569 มีอัตราการเติบโตของ GDP อยู่ที่ 6.8% และคาดว่าจะชะลอตัวลงเหลือ 6.2% ในปี 2570 หากต้องเข้มงวดนโยบายการเงินมากขึ้น
ความสัมพันธ์ทางการค้าสหรัฐฯ-เวียดนามในบริบทภูมิรัฐศาสตร์
ความร่วมมือด้านนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทที่สหรัฐฯ กำลังผลักดันนโยบายการค้าแบบเพื่อนร่วมชาติ (friend-shoring) และลดการพึ่งพาจีน เวียดนามกลายเป็นฐานการผลิตสำคัญของบริษัทข้ามชาติหลายแห่ง ตั้งแต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงสิ่งทอ โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2564-2569) การลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) ในเวียดนามเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 7.5%
นางสาวคิม แมกไกวร์ (Kim Maguire) ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “การยืนยันครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค แต่เราต้องรอดูการดำเนินการจริงในอีก 6-12 เดือนข้างหน้า” ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของหอการค้าอเมริกันในเวียดนาม (AmCham Vietnam) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 68 คะแนนในไตรมาสแรกของปี 2569 เป็น 72 คะแนนหลังการประกาศดังกล่าว
Q1: การตกลงครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อค่าเงินด่งเวียดนามในระยะยาวอย่างไร?
A1: ในระยะสั้น ค่าเงินด่งมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมา แต่ในระยะยาว หากเวียดนามต้องลดการแทรกแซงค่าเงินเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐาน hand of midas slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ IMF ค่าเงินด่งอาจแข็งค่าขึ้นอีก 2-4% ภายใน 2 ปีข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกของเวียดนาม
Q2: มาตรการนี้จะช่วยลดการเกินดุลการค้าของเวียดนามต่อสหรัฐฯ หรือไม่?
A2: คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยชะลอการเติบโตของการเกินดุลการค้า แต่ไม่สามารถลดลงได้ในทันที เนื่องจากโครงสร้างการค้าที่เวียดนามต้องนำเข้าวัตถุดิบจากจีนและส่งออกสินค้าสำเร็จรูปไปสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยหลัก การเปลี่ยนแปลงนโยบายค่าเงินอาจช่วยลดช่องว่างการค้าได้ประมาณ 5-7% ในช่วง 2 ปีแรก
สรุปและแนวโน้มในอนาคต
การยืนยันพันธกรณีร่วมระหว่างสหรัฐฯ และเวียดนามในเรื่องการหลีกเลี่ยงการปั่นค่าเงิน (currency manipulation) และการเพิ่มความโปร่งใสตามมาตรฐาน IMF ถือเป็นก้าวสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศ แม้จะมีข้อท้าทายในระยะสั้น แต่การดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและเปิดทางสู่ความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคต

บทความที่เกี่ยวข้อง - dreams of macau วิธีเล่น
สหรัฐฯ และเวียดนามออกแถลงการณ์ร่วมรับปากไม่แทรกแซงค่าเงิน ลดความตึงเครียดทางการค้า หลังเวียดนามเกินดุล 1.2 แสนล้านดอลลาร์ พร้อมเพิ่มความโปร่งใสตามมาตรฐาน IMF แล