อีอีซี-เวียตเจ็ท ลงน... ข่าวล่าสุด
ตามรายงานของ Bangkok Post เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับกลุ่มบริษัทเวียตเจ็ท (VietJet) เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ขนาดใหญ่ภายในสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนา Eastern Aerotropolis หรือนครการบินภาคตะวันออก โดยมีมูลค่าโครงการเบื้องต้นกว่า 2.2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมการบินของไทยและสร้างตำแหน่งงานมากกว่า 5,200 อัตราในอีก 5 ปีข้างหน้า
การลงนาม MRO ครั้งประวัติศาสตร์ที่อู่ตะเภา
การลงนาม MOU ระหว่างสำนักงานอีอีซีและเวียตเจ็ทเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถือเป็นก้าวสำคัญของโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานที่สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเรือธงของแผนพัฒนา Eastern Economic Corridor แหล่งข่าวจาก Bloomberg ยืนยันว่าโครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนในระยะแรกอยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท โดยฝ่ายไทยจะรับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐานหลัก ขณะที่เวียตเจ็ทจะนำเทคโนโลยีการซ่อมบำรุงและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเข้ามาร่วมดำเนินการ
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เลขาธิการสำนักงานอีอีซี เปิดเผยว่า “ความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้สนามบินอู่ตะเภากลายเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงอากาศยานที่ได้มาตรฐานระดับโลก รองรับเครื่องบินพาณิชย์ได้มากถึง 120 ลำต่อปี โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียนและเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงมาก” โดยโครงการนี้จะเริ่มก่อสร้างในปี 2570 และคาดว่าจะเปิดให้บริการบางส่วนได้ภายในปี 2572
รายละเอียดการลงทุนและการจ้างงาน
ศูนย์ MRO แห่งนี้จะตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 600 ไร่ทางฝั่งตะวันออกของสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเมืองการบินภาคตะวันออก (Eastern Aerotropolis) ที่ครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 6,500 ไร่ ตามข้อมูลจากสำนักงานอีอีซีระบุว่า โครงการนี้จะสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจประมาณ 8.5 หมื่นล้านบาทภายใน 10 ปี และช่วยลดการพึ่งพาการส่งเครื่องบินไปซ่อมต่างประเทศซึ่งปัจจุบันคิดเป็นมูลค่ากว่า 4.5 หมื่นล้านบาทต่อปี
| รายการ | ข้อมูล |
|---|
| --- | --- |
|---|
| มูลค่าโครงการเริ่มต้น | 22,000 ล้านบาท |
|---|
| พื้นที่โครงการ | 600 ไร่ (960,000 ตร.ม.) |
|---|
| กำลังการซ่อมบำรุง | 120 ลำ/ปี |
|---|
| การจ้างงานโดยตรง | 5,200 ตำแหน่ง |
|---|
| รายได้ทางเศรษฐกิจใน 10 ปี | 85,000 ล้านบาท |
|---|
| ลดการส่งซ่อมต่างประเทศ | 45,000 ล้านบาท/ปี |
|---|
นางเหงียน ถิ เฟือง ถาว ประธานกรรมการบริหารกลุ่มเวียตเจ็ท กล่าวในพิธีลงนามว่า “เรามองเห็นศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางการบินของภูมิภาค การลงทุนใน MRO ที่อู่ตะเภาจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการฝูงบินที่มีมากกว่า 100 ลำของเรา และยังเปิดโอกาสให้สายการบินอื่นในภูมิภาคมาใช้บริการด้วย” โดยเวียตเจ็ทมีแผนจะนำเครื่องบินรุ่นแอร์บัส A320 และโบอิ้ง 737 MAX เข้ามารับบริการซ่อมใหญ่ที่ศูนย์แห่งนี้
การพัฒนา Eastern Aerotropolis และระบบนิเวศการบิน
โครงการ MRO ที่อู่ตะเภาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนพัฒนา Eastern Aerotropolis ซึ่งเป็นโครงการเมกะโปรเจกต์ที่ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดในอีอีซี dumbo slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ได้แก่ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา โดยรวมถึงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นสนามบินพาณิชย์หลักแห่งที่สามของกรุงเทพฯ การขยายทางวิ่งจาก 3,500 เมตรเป็น 4,000 เมตร และการสร้างท่าเทียบเครื่องบินเพิ่มอีก 30-40 จุด
แหล่งข่าวจาก AFP ระบุว่า การพัฒนาพื้นที่รอบสนามบินยังรวมถึงการสร้างเขตปลอดอากรสำหรับอุตสาหกรรมการบิน ศูนย์ฝึกอบรมช่างซ่อมอากาศยาน และนิคมอุตสาหกรรมที่เน้นผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน โดยคาดว่าภายในปี 2575 จะมีเม็ดเงินลงทุนรวมใน Eastern Aerotropolis สูงถึง 2.9 แสนล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของไทยในเวทีโลก
การฝึกอบรมบุคลากรและการถ่ายทอดเทคโนโลยี
หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของข้อตกลงนี้คือ การถ่ายทอดเทคโนโลยีจากเวียตเจ็ทสู่บุคลากรไทย โดยเวียตเจ็ทจะจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมช่างเทคนิคอากาศยานในพื้นที่ สามารถรองรับผู้ฝึกอบรมได้ถึง 1,000 คนต่อปี หลักสูตรนี้จะได้การรับรองจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT)
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราคาดหวังว่าการร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับทักษะแรงงานไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดการบินโลกได้ knight slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ โดยเฉพาะในด้านการซ่อมบำรุงเครื่องยนต์เจ็ทและระบบอิเล็กทรอนิกส์การบิน ซึ่งเป็นที่ต้องการสูงมาก” โดยโครงการนี้ตั้งเป้าผลิตช่างซ่อมอากาศยานที่มีใบรับรองสากลมากกว่า 3,000 คนภายใน 5 ปี
ความท้าทายและแนวโน้มในอนาคต
แม้โครงการ MRO ที่อู่ตะเภาจะมีศักยภาพสูง แต่ก็ยังมีความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การพัฒนาไฟฟ้าและน้ำประปาให้เพียงพอกับความต้องการของศูนย์ซ่อมบำรุงขนาดใหญ่ รวมถึงการขยายถนนและระบบรางเชื่อมต่อระหว่างสนามบินกับพื้นที่เศรษฐกิจโดยรอบ แหล่งข่าวจาก Reuters รายงานว่าอีอีซีได้ตั้งงบประมาณไว้ 5,500 ล้านบาทสำหรับการพัฒนาสาธารณูปโภคเพิ่มเติมในปี 2570-2571
ในระยะยาว โครงการนี้จะช่วยเสริมสร้างตำแหน่งของไทยในฐานะศูนย์กลางการบินของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเมื่อการจราจรทางอากาศทั่วโลกฟื้นตัวและคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปีจนถึงปี 2583 การมีศูนย์ MRO ที่ทันสมัยจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของสายการบินในภูมิภาคและเพิ่มความน่าเชื่อถือของไทยในอุตสาหกรรมการบินระหว่างประเทศ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโครงการ MRO อู่ตะเภา
Q1: โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานที่อู่ตะเภาจะเริ่มก่อสร้างเมื่อใด และจะแล้วเสร็จเมื่อไร?
A1: การก่อสร้างมีกำหนดเริ่มในปี 2570 โดยระยะแรกจะเปิดให้บริการบางส่วนภายในปี payslot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ 2572 และจะดำเนินการเต็มรูปแบบภายในปี 2574 ภายใต้งบประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท
Q2: โครงการ MRO นี้จะสร้างงานให้กับคนไทยกี่ตำแหน่ง และต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
A2: โครงการจะสร้างการจ้างงานโดยตรง 5,200 ตำแหน่ง โดยส่วนใหญ่เป็นช่างเทคนิคอากาศยานและวิศวกร ผู้สมัครต้องผ่านการฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกอบรมของโครงการซึ่งมีมาตรฐานสากล เปิดรับผู้จบการศึกษาระดับ ปวส. และปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
การลงนามระหว่างสำนักงานอีอีซีและเวียตเจ็ทในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความมุ่งมั่นของไทยในการพัฒนา Eastern Economic Corridor และอุตสาหกรรมการบินของประเทศให้ก้าวสู่ระดับโลก โดยโครงการ MRO ที่อู่ตะเภาจะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างความมั่นคงด้านการบินให้กับภูมิภาคต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง - สล็อต xo 168 แตกง่าย ได้เงินจริง
สำนักงานอีอีซีจับมือเวียตเจ็ท ลงนาม MOU พัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานที่สนามบินอู่ตะเภา เม็ดเงิน 2.2 หมื่นล้าน สร้างงาน 5,200 อัตรา ยกระดับอุตสาหกรรมการบินไทยใน E