วิดีโอฉาว! นายกฯ ญี่... ข่าวล่าสุด
ตามรายงานของ CCTV International ซึ่งเป็นสื่อหลัก วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ แห่งฟิลิปปินส์ สิ้นสุดการเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ และสำนักงานสื่อสารประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ได้เผยแพร่วิดีโอค่ำคืนวันที่ 28 พฤษภาคม ซึ่งนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ อิชิบะ ของญี่ปุ่น และประธานาธิบดีมาร์กอส ร้องเพลงคลาสสิกของวงเดอะบีเทิลส์ระหว่างงานเลี้ยง กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะในหมู่ชาวญี่ปุ่นที่มองว่าท่าทางของนายกฯ ญี่ปุ่น 'เหมือนเมาสุรา' และ 'เสียกิริยา' งานนี้สร้างความอับอายให้กับประเทศชาติ
การปรากฏตัวในวิดีโอที่สร้างความขัดแย้ง
วิดีโอความยาวประมาณ 2 นาที 10 วินาที ซึ่งเผยแพร่โดยสำนักข่าวฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม แสดงให้เห็นนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ อิชิบะ วัย 67 ปี ยืนร้องเพลง 'Let It Be' ของเดอะบีเทิลส์ร่วมกับประธานาธิบดีมาร์กอส โดยมีผู้ร่วมงานประมาณ 30 คนปรบมือตามจังหวะ แหล่งข่าวจาก AFP ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่โรงแรมหรูในโตเกียว ระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวาระการเยือนของผู้นำฟิลิปปินส์ ช่วงเวลาดังกล่าว นายกฯ อิชิบะมีสีหน้าแดงก่ำ พูดคุยเสียงดัง หัวเราะเสียงดังผิดปกติ แกว่งแขนไปมาอย่างไม่มีสติ และแสดงสีหน้าเกินจริง ซึ่งแตกต่างจากภาพลักษณ์ทางการทูตทั่วไป
ปฏิกิริยาจากชาวญี่ปุ่น: 'น่าอับอาย' และ 'น่ากลัว'
หลังจากวิดีโอถูกแชร์บนโซเชียลมีเดีย ผู้ใช้ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากออกมาแสดงความไม่พอใจ โดยระบุว่านายกฯ ดูเหมือน 'เมาสุรา' อย่างชัดเจน หนึ่งในผู้ใช้บน X (ชื่อเดิม Twitter) ที่ชื่อ @tokyo_salaryman_2025 เขียนว่า 'ท่าทางของนายกฯ อิชิบะในวิดีโอช่างน่าอับอาย เขาทำหน้าเหมือนคนเสียสติ นี่คือ 'ความอับอายของชาติญี่ปุ่น' (Kokujoku)' ผู้ใช้รายอื่นชื่อ @osaka_mama_2025 กล่าวว่า 'แม้เขาไม่ได้เมา แต่สีหน้าและท่าทางที่บิดเบี้ยวของเขาก็ทำให้คนดูขนลุก เขาไม่เหมาะที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี' สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่ามีโพสต์วิพากษ์วิจารณ์มากกว่า 150,000 โพสต์ภายใน 24 ชั่วโมง โดยมีคำว่า 'Kokujoku' และ 'Madam Takaiichi' กลายเป็นเทรนด์ฮอตบน X
คำพูดที่ไม่เหมาะสมในงานเลี้ยง
นอกจากท่าทางที่น่าอึดอัดแล้ว ยังมีรายงานว่านายกฯ อิชิบะกล่าวคำพูดที่ไม่เหมาะสมระหว่างงานเลี้ยง โดยผู้ร่วมงานบางคนเปิดเผยกับแหล่งข่าวของสำนักข่าวเกียวโดว่า 'เขา (นายกฯ) พูดกับประธานาธิบดีมาร์กอสด้วยเสียงดังในขณะที่หัวเราะว่า "เราไม่เคยแพ้สงครามมาก่อน" slot s ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ซึ่งน่าจะอ้างถึงประวัติศาสตร์สงครามของญี่ปุ่นในภูมิภาค คำพูดดังกล่าวถูกมองว่าไร้ความละเอียดอ่อนทางการทูตอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะในยุคที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเปราะบาง ต่อมา ทำเนียบนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นพยายามลดกระแส โดยอ้างว่าคำพูดดังกล่าวเป็น 'มุกตลกส่วนตัว' แต่คำอธิบายกลับยิ่งเติมเชื้อเพลิงให้กับความโกรธแค้นของชาวเน็ต
ตารางเหตุการณ์สำคัญ: ไทม์ไลน์ของประเด็น
| วันที่ | เหตุการณ์ | รายละเอียดสำคัญ |
|---|
| --- | --- | --- |
|---|
| 28 พฤษภาคม 2569 | งานเลี้ยงอาหารค่ำที่โตเกียว | นายกฯ อิชิบะและปธน.มาร์กอสร้อง 'Let It Be' ต่อหน้าผู้ร่วมงาน 30 คน |
|---|
| 29 พฤษภาคม 2569 | สิ้นสุดการเยือนญี่ปุ่นของปธน.ฟิลิปปินส์ | ปธน.มาร์กอสเดินทางกลับมะนิลา |
|---|
| 30 พฤษภาคม 2569 | สำนักข่าวฟิลิปปินส์เผยแพร่วิดีโอ | วิดีโอความยาว 2 นาที 10 วินาทีถูกเผยแพร่ทางออนไลน์ |
|---|
| 31 พฤษภาคม 2569 | กระแสวิจารณ์ถึงจุดสูงสุด | มีโพสต์กว่า 150,000 โพสต์ คำว่า 'Kokujoku' เป็นเทรนด์ |
|---|
| 1 มิถุนายน 2569 | ทำเนียบนายกฯ ออกแถลงการณ์ | พยายามอธิบายว่าคำพูดของนายกฯ เป็น 'มุกตลก' แต่ถูกปฏิเสธจากสาธารณะ |
|---|
ผลกระทบต่อภาพลักษณ์การทูตของญี่ปุ่น
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ญี่ปุ่นพยายามเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการทหารกับฟิลิปปินส์ โดยเฉพาะในประเด็นความมั่นคงทางทะเล ตามรายงานของบลูมเบิร์ก เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม นายกฯ อิชิบะและปธน.มาร์กอสได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือมูลค่า 1.2 หมื่นล้านเยน (ประมาณ 8.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อสนับสนุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานของฟิลิปปินส์ แต่กระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนตัวของนายกฯ อาจบดบังความสำคัญทางนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยโตเกียวกล่าวกับรอยเตอร์สว่า 'ภาพลักษณ์ผู้นำเป็นสิ่งสำคัญในเวทีโลก การกระทำดังกล่าวอาจลดทอนความน่าเชื่อถือของญี่ปุ่นในฐานะหุ้นส่วนที่จริงจัง'
ความคิดเห็นจากต่างประเทศ
สื่อต่างประเทศหลายแห่งรายงานถึงเหตุการณ์นี้ด้วยความสนใจ โดยสำนักข่าวอัลจาซีราระบุว่า 'วิดีโอของนายกฯ ญี่ปุ่นในงานเลี้ยงกลายเป็นไวรัล สร้างความขบขันและความกังวลแก่ผู้ชมนานาชาติ' jump slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ขณะที่ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า 'ผู้นำญี่ปุ่นถูกตราหน้าว่าเป็น 'ความอับอายของชาติ' หลังคลิปการร้องคาราโอเกะ' ผู้ใช้โซเชียลมีเดียในฟิลิปปินส์บางส่วนมองว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องตลก ขณะที่บางส่วนมองว่าเป็นการแสดงออกที่ไม่มืออาชีพ
Q1: นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ อิชิบะ ถูกกล่าวหาว่าเมาสุราในวิดีโอจริงหรือไม่?
A1: ยังไม่มีหลักฐานยืนยันทางการแพทย์ แต่วิดีโอที่เผยแพร่แสดงให้นายกฯ อิชิบะมีสีหน้าแดงก่ำ พูดเสียงดัง แกว่งแขน และหัวเราะเสียงดังผิดปกติ ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของบุคคลที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์ อย่างไรก็ตาม ทำเนียบนายกฯ ไม่ได้ออกมาปฏิเสธหรือยืนยันโดยตรง แต่เลือกที่จะอธิบายว่าเป็น 'ท่าทางที่เกินจริงจากการสนทนาที่เป็นกันเอง'
Q2: เหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเขาหรือไม่?
A2: ผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองจากมหาวิทยาลัยเกียวโตเห็นว่ากระแสวิจารณ์ครั้งนี้อาจไม่รุนแรงพอที่จะบีบให้เขาลาออกในทันที แต่อาจส่งผลต่อคะแนนนิยมของพรรครัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยเฉพาะหากมีประเด็นอื่นๆ dumbo slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจมาเสริม ขณะนี้พรรครัฐบาลยังคงมีเสียงข้างมากในสภา แต่ความเชื่อมั่นของประชาชนอาจลดลงจากพฤติกรรมที่ดูไม่เหมาะสมของผู้นำระดับสูง
เหตุการณ์สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของกิริยามารยาททางการทูต และความเสี่ยงที่ผู้นำจะถูกประเมินจากสาธารณชนในยุคโซเชียลมีเดีย แม้ญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์จะยังคงเดินหน้าความร่วมมือด้านเศรษฐกิจมูลค่า 1.2 หมื่นล้านเยน แต่ภาพลักษณ์ของนายกฯ อิชิบะในฐานะผู้นำ 'ความอับอายของชาติ' อาจยังคงเป็นรอยด่างในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

บทความที่เกี่ยวข้อง - joker slot 777 แตกหนัก จ่ายจริง
คลิปนายกฯ ทาคาอิจิ อิชิบะร้อง 'Let It Be' กับประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ในงานเลี้ยงที่โตเกียว ถูกวิจารณ์ว่าเมาและเสียกิริยาทางการทูต ติดตามผลกระทบทางการเมือง ณ ที่นี