โตโยต้าเบรก LF-ZC รถ... ข่าวล่าสุด
ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัว (Xinhua) และหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจรายวัน (National Business Daily) ระบุว่า โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (Toyota Motor Corporation) ได้ตัดสินใจระงับแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) รุ่น LF-ZC ซึ่งเป็นรถเก๋งพลังงานไฟฟ้าบริสุทธิ์รุ่นเรือธงของแบรนด์เล็กซัส (Lexus) การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดโลกที่ชะลอตัวลง และการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของค่ายรถญี่ปุ่นหลายแห่งที่หันมาให้ความสำคัญกับรถยนต์ไฮบริด (HEV) มากขึ้น โดยโตโยต้ายืนยันว่าการระงับโครงการนี้ไม่ได้หมายถึงการละทิ้งรถยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นการปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
การระงับโครงการ LF-ZC และสาเหตุเบื้องหลัง
โตโยต้าได้ยุติการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่น LF-ZC ซึ่งเป็นรถเก๋งสไตล์คูเป้ (Coupe) ที่ออกแบบให้มีรูปทรงเพรียวบางและหลังคาต่ำ โดยเดิมทีโครงการนี้มีกำหนดจะเริ่มผลิตในช่วงปลายปี 2569 (2026) ที่โรงงานทาฮาระ (Tahara Plant) ในประเทศญี่ปุ่น แต่ได้เลื่อนออกไปเป็นกลางปี 2570 (2027) ก่อนที่จะถูกระงับการผลิตอย่างถาวรในที่สุด แหล่งข่าวจากโตโยต้าประเทศจีนเปิดเผยกับสื่อว่า "การระงับการพัฒนารถยนต์รุ่นนี้เกิดจากการพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงของความต้องการในตลาด และเป็นส่วนหนึ่งของการปรับเปลี่ยนโครงการพัฒนารถยนต์โดยรวมของบริษัท แต่ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะละทิ้งรถยนต์ไฟฟ้า (BEV)" โดยหนึ่งในปัจจัยหลักคือความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าระดับหรูในตลาดโลกต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ผู้บริโภคยังคงให้ความนิยมรถยนต์ไฟฟ้าประเภท SUV (Sport Utility Vehicle) มากกว่ารถยนต์เก๋ง
กระแสการปรับกลยุทธ์ของค่ายรถญี่ปุ่น
การตัดสินใจของโตโยต้าครั้งนี้สอดคล้องกับแนวโน้มของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นรายอื่นๆ ที่ต่างก็กำลังปรับกลยุทธ์รถยนต์ไฟฟ้าของตน ตามรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ระบุว่า ฮอนด้า (Honda) ได้ถอนเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ว่าภายในปี 2583 (2040) จะขายเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิงเท่านั้น โดยหันมาเน้นรถยนต์ไฮบริดเป็นแกนหลักในการเติบโตแทน ขณะที่ซูบารุ (Subaru) ก็ได้เลื่อนแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่พัฒนาขึ้นเองออกไปจากเดิมที่วางแผนไว้ในปี 2571 (2028) การปรับเปลี่ยนครั้งนี้มีสาเหตุสำคัญมาจากนโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปในสหรัฐอเมริกาและยุโรป เช่น การยกเลิกเครดิตภาษีรถยนต์ไฟฟ้าสูงสุด 7,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อคันในสหรัฐฯ และการเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายห้ามขายรถยนต์สันดาปภายในในสหภาพยุโรป
ผลกระทบจากตลาดโลกและความนิยมที่เปลี่ยนไป
นอกเหนือจากนโยบายที่เปลี่ยนแปลงแล้ว การแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ผลิตรถยนต์จีนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ ตามข้อมูลจากสถาบันวิจัยตลาดและการตลาด (Markets and Markets) คาดการณ์ว่ารถยนต์ไฟฟ้าประเภท SUV จะเป็นกลุ่มที่เติบโตนำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะในกลุ่มรถขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ในขณะที่รถยนต์เก๋งและรถยนต์ประเภทแฮทช์แบ็ก (Hatchback) win97 slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ มีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลง นายชุย ตงซู่ (Cui Dongshu) เลขาธิการสมาคมรถยนต์นั่งแห่งประเทศจีน (China Passenger Car Association) วิเคราะห์ว่า "การหยุดโครงการ LF-ZC ของโตโยต้าเป็นการเลือกสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพในเชิงตลาด ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าระดับหรูในปัจจุบันยังคงอ่อนแอและความนิยมเปลี่ยนไปที่ SUV นอกจากนี้ แบตเตอรี่โซลิดสเตตที่วางแผนไว้สำหรับรุ่นนี้ก็ล่าช้า และต้นทุนการพัฒนาแพลตฟอร์มเฉพาะสูงเกินไป ทำให้อัตราส่วนต้นทุนต่อผลตอบแทนต่ำ โตโยต้าจึงตัดโครงการรถยนต์เก๋งเฉพาะกลุ่มนี้ทิ้ง"
กลยุทธ์หลายเส้นทางและผลประกอบการทางการเงิน
แม้จะระงับโครงการ LF-ZC แต่โตโยต้ายังคงเดินหน้ากลยุทธ์ "หลายเส้นทาง" (Multi-pathway) โดยยังคงพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าควบคู่ไปกับรถยนต์ไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ตามรายงานผลประกอบการของโตโยต้าสำหรับปีงบประมาณ 2568 (2025) ซึ่งสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2569 (2026) ระบุว่าโตโยต้าและเล็กซัสขายรถยนต์ระบบไฟฟ้า (Electrified Vehicles) ไปได้ประมาณ 5.04 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจาก 4.37 ล้านคันในปีก่อนหน้า โดยคิดเป็นสัดส่วน 48.1% ของยอดขายทั้งหมด จากเดิมที่ 46.1% โดยยอดขายรถยนต์ไฮบริดอยู่ที่ 4.62 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 4.4% ขณะที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ที่ 243,000 คัน เพิ่มขึ้นถึง 68.4%
| ประเภท | ยอดขายปีงบประมาณ 2567 | ยอดขายปีงบประมาณ 2568 | การเปลี่ยนแปลง (%) |
|---|
| --- | --- | --- | --- |
|---|
| รถยนต์ไฮบริด (HEV) | 4.43 ล้านคัน | 4.62 ล้านคัน | +4.4% |
|---|
| รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) | 144,000 คัน | 243,000 คัน | +68.4% |
|---|
| รถยนต์ไฟฟ้ารวม | 4.37 ล้านคัน | 5.04 ล้านคัน | +15.3% |
|---|
| ยอดขายรวมทั้งหมด | 10.27 ล้านคัน | 10.48 ล้านคัน | +2.0% |
|---|
แม้ยอดขายจะเติบโต แต่กำไรจากการดำเนินงานและกำไรสุทธิของโตโยต้ากลับลดลง 27.3% และ 23.8% ตามลำดับ โดยนายมิยาซากิ โยอิจิ (Miyazaki Yoichi) รองประธานโตโยต้า slot 5 dragons ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ เปิดเผยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า การเติบโตของยอดขายรถยนต์ไฮบริดยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 1.38 ล้านล้านเยน (ประมาณ 9.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ)
แนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้าของเล็กซัสในอนาคต
การระงับโครงการ LF-ZC ไม่ได้หมายความว่าเล็กซัสจะละทิ้งรถยนต์ไฟฟ้า เพราะในเดือนพฤษภาคม 2569 (2026) ที่ผ่านมาเล็กซัสเพิ่งเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าประเภท SUV 3 แถวรุ่น TZ อย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมทัพรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น RZ ที่มีจำหน่ายแล้ว ทำให้พอร์ตโฟลิโอรถยนต์ไฟฟ้าของแบรนด์มีความหลากหลายมากขึ้นและเน้นไปที่ตลาด SUV ซึ่งเป็นที่นิยม โดยนายชุย ตงซู่ ให้ความเห็นว่า "การหยุดผลิต LF-ZC ไม่ได้หมายความว่าแผนรถยนต์ไฟฟ้าของเล็กซัสล้มเหลว สัดส่วนยอดขายรถยนต์ระบบไฟฟ้าของเล็กซัสยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าก็เติบโตทุกปี" โดยข้อมูลของเล็กซัสระบุว่าในปี 2569 (2026) ที่ผ่านมา มียอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลก 882,231 คัน เพิ่มขึ้น 4% โดยเป็นรถยนต์ระบบไฟฟ้า (รวม HEV, PHEV และ BEV) คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% เป็นครั้งแรก โดยที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของแบรนด์เพิ่มขึ้นถึง 119% จากปีก่อนหน้า
FAQ เกี่ยวกับการระงับโครงการ LF-ZC
Q1: โตโยต้าจะเลิกผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นหรือไม่?
A1: ไม่ใช่ โตโยต้าชี้แจงว่าการระงับโครงการ LF-ZC เป็นการปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์เฉพาะรุ่น ซึ่งเป็นรถเก๋งสปอร์ตไฟฟ้าระดับหรู เนื่องจากความต้องการในตลาดต่ำกว่าคาด บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ โดยเฉพาะรุ่น SUV อย่าง RZ และ TZ รวมถึงยังคงมีเป้าหมายที่จะให้เล็กซัสมีรถยนต์ไฟฟ้าในทุกรุ่นภายในปี 2573 (2030)
Q2: อะไรคือสาเหตุหลักที่ทำให้โตโยต้าต้องระงับโครงการนี้?
A2: สาเหตุหลักมาจากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าระดับหรูในตลาดโลกที่อ่อนแอ นโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้าที่เปลี่ยนแปลงไปในสหรัฐฯ และยุโรป fortune horse pg ฝาก-ถอน true wallet การแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ผลิตจีน และความนิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าประเภท SUV มากขึ้น รวมถึงปัญหาต้นทุนการพัฒนาแพลตฟอร์มเฉพาะและแบตเตอรี่โซลิดสเตตที่ล่าช้า
การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนทางนโยบายและการเปลี่ยนแปลงของความต้องการของผู้บริโภค โตโยต้ายังคงยึดมั่นในกลยุทธ์หลายเส้นทาง โดยยังคงมีแผนที่จะเพิ่มยอดขายรถยนต์ระบบไฟฟ้าเป็นประมาณ 6 ล้านคันในปีงบประมาณ 2569 (2026) โดยเน้นที่รถยนต์ไฮบริดเป็นหลัก พร้อมกับพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง - ลิงค์ เข้า เล่น www joker123 net แตกง่าย ได้เงินจริง
โตโยต้าตัดสินใจระงับแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น LF-ZC ซึ่งเป็นรถเก๋งไฟฟ้าระดับหรูของเล็กซัส ท่ามกลางความต้องการที่ชะลอตัวและการเน้นกลยุทธ์รถยนต์ไฮบริด ค่ายรถญี่ปุ