วิกฤตสต็อกน้ำมันดิบส... ข่าวล่าสุด
ตามรายงานของ Reuters เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2569 ระดับน้ำมันดิบสำรองในคลังเก็บน้ำมันที่เมืองคูชิง รัฐโอคลาโฮมา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการจัดเก็บและส่งมอบน้ำมันดิบที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ได้ลดลงเหลือเพียง 20% ของความจุทั้งหมด หรือคิดเป็นปริมาณเพียง 13 ล้านบาร์เรล จากความจุรวมกว่า 70 ล้านบาร์เรล สาเหตุหลักมาจากการส่งออกที่พุ่งสูงขึ้นเพื่อชดเชยอุปทานน้ำมันดิบทั่วโลกที่ขาดแคลนอย่างรุนแรง และนี่คือสิ่งที่เรียกว่าวิกฤตสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก
เบื้องหลังวิกฤตสต็อกน้ำมัน: สงครามในตะวันออกกลางและความต้องการส่งออก
แหล่งข่าวจาก AFP ยืนยันว่าคลังเก็บน้ำมันกว่า 400 แห่งในคูชิงที่เคยเต็มไปด้วยน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) กำลังว่างเปล่าจนแทบไม่เหลืออะไร Andrew Lipow ประธานบริษัท Lipow Oil Associates LLC เปิดเผยว่า "การส่งออกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ในเดือนเมษายน 2569 พุ่งสูงถึง 9.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้นกว่า 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน" เหตุผลหลักคือสงครามในตะวันออกกลางได้ขัดขวางเส้นทางขนส่งน้ำมันจากภูมิภาคดังกล่าว ทำให้ประเทศต่างๆ เช่น เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น และเนเธอร์แลนด์ หันมาเพิ่มการนำเข้าน้ำมันดิบจากอ่าวเม็กซิโกมากขึ้น ปริมาณการส่งออกที่สูงถึง 250 ล้านบาร์เรลในไตรมาสที่สองของปี 2569 ทำให้สต็อกน้ำมันในคลังลดลงอย่างรวดเร็ว
สัญญาณขาดแคลนในศูนย์กลางที่สำคัญที่สุดของสหรัฐฯ
John Kemp นักวิเคราะห์จาก Reuters ระบุว่าจำนวนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า WTI ในตลาด NYMEX ที่รอการส่งมอบในคูชิงลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 40,000 สัญญาในต้นเดือนมิถุนายน จากเดิมที่มีมากกว่า 200,000 สัญญาในปี 2567 การที่สต็อกน้ำมันในคลังลดลงจนเกือบถึงก้นถังได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงภาวะตึงตัวในตลาด ผู้ค้าน้ำมันจำนวนมากต้องเลื่อนการส่งมอบหรือซื้อคืนสัญญา ทำให้ราคาน้ำมัน WTI ในตลาดฟิวเจอร์สแกว่งตัวอย่างรุนแรง นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs กล่าวเสริมว่าสต็อกที่ต่ำมากเช่นนี้ "เพิ่มความเสี่ยงของราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน หากเกิดเหตุการณ์ใดที่กระทบต่อกำลังการผลิตหรือการขนส่ง" และคาดว่าราคาน้ำมัน WTI จะแตะระดับ 130 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาสที่สามของปี 2569
ผลกระทบจากราคาน้ำมันโลก: ต้นทุนที่สูงขึ้นสำหรับผู้บริโภค
Timothy Hess นักวิเคราะห์จาก Energy Aspects กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่า "การลดลงของสต็อกน้ำมันที่คูชิงครั้งนี้เป็นสัญญาณที่เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตน้ำมันในปี 2516" ราคาน้ำมันดิบ Brent ทะลุ 125 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในต้นเดือนมิถุนายน ในขณะที่ WTI ซื้อขายที่ประมาณ 123 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่าสามปี ส่งผลให้ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น เฉลี่ยอยู่ที่ 5.30 ดอลลาร์สหรัฐต่อแกลลอน ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของผู้บริโภคโดยตรง นอกจากนี้ ต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก
ข้อมูลเชิงลึก: เปรียบเทียบภัยพิบัติสต็อกน้ำมันครั้งสำคัญ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน นี่คือตารางเปรียบเทียบเหตุ skywind slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ การณ์สำคัญที่ส่งผลต่อสต็อกน้ำมันในคูชิง:
| ปี | เหตุการณ์สำคัญ | สต็อกน้ำมันที่คูชิง (ล้านบาร์เรล) | ผลกระทบต่อราคาน้ำมันโลก |
|---|
| --- | --- | --- | --- |
|---|
| 2561 | สหรัฐฯ ใช้อำนาจคว่ำบาตรอิหร่าน | 32 | WTI ปรับตัวขึ้น 25% สู่ 75 ดอลลาร์ฯ |
|---|
| 2563 | โควิด-19 ทำให้ดีมานด์หดตัว | 55 (สูงสุดเป็นประวัติการณ์) | WTI ร่วงลงถึง -37 ดอลลาร์ฯ (ติดลบ) |
|---|
| 2565 | สงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้อุปทานตึงตัว | 22 | WTI พุ่งขึ้น 40% สู่ 130 ดอลลาร์ฯ |
|---|
| 2569 (ปัจจุบัน) | สงครามตะวันออกกลางและยอดส่งออกสูงสุด | 13 (ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์) | WTI ใกล้ 123 ดอลลาร์ฯ คาดการณ์เพิ่มอีก 10% |
|---|
ที่มา: การวิเคราะห์ข้อมูลจาก Energy Information Administration (EIA) และ Reuters
เกมการเมืองน้ำมัน: ยุทธศาสตร์สหรัฐฯ กับโอเปกพลัส
ในฐานะผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลกที่กำลังผลิตได้ถึง 13.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน สหรัฐฯ อยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ได้หารือกับประเทศในกลุ่มโอเปกพลัสเพื่อขอให้เพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้นเพื่อคลายความตึงเครียดในตลาด แต่ที่ประชุมโอเปกพลัสเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนกลับคงมติเดิมในการเพิ่มกำลังการผลิตเพียงเล็กน้อยที่ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันเท่านั้น Mohamed Barkindo เลขาธิการโอเปกกล่าวว่า "ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นต้นตอของปัญหานี้ ไม่ใช่การขาดแคลนกำลังการผลิต" ในทางกลับกัน นักวิเคราะห์บางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าราคาน้ำมันที่สูงนั้นเป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่บางราย ซึ่งส่งผลให้เกิดความลังเลในการขยายกำลังการผลิตอย่างเต็มที่
อนาคตของวิกฤตสต็อกน้ำมันและผลกระทบต่อประเทศไทยในระยะยาว
จากรายงานของสำนักงานสถิติพลังงานสหรัฐฯ (EIA) หากสต็อกน้ำมันที่คูชิงยังคงลดลงเรื่อยๆ กำลังการกลั่นของสหรัฐฯ อาจต้องลดลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันสำเร็จรูปทั่วโลก ประเทศไทยในฐานะผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ (ปริมาณนำเข้ามากกว่าส่งออก) จะได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น bg slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ เพราะน้ำมันดิบกว่า 90% ที่ใช้ในประเทศต้องนำเข้าจากต่างประเทศ อีกทั้งค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐจะยิ่งทำให้ต้นทุนการนำเข้าพุ่งสูงขึ้น ค่าการกลั่นและมาร์เก็ตติ้งอาจปรับสูงขึ้นเพื่อรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรของโรงกลั่น ขณะที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวจากปัญหาเงินเฟ้อ อาจทำให้ความต้องการใช้น้ำมันในประเทศลดลงบ้าง
พยากรณ์ตลาดและแนวโน้มจากผู้เชี่ยวชาญ
นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley คาดว่าสต็อกน้ำมันที่คูชิงจะลดลงต่ำกว่า 10 ล้านบาร์เรลในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ทำให้ความสามารถในการส่งมอบตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามีความเสี่ยงสูง Amrita Sen ผู้อำนวยการจาก Energy Aspects เปิดเผยกับ Financial Times ว่า "ตลาดกำลังเล่นเกมเสี่ยงที่ไม่มีใครชนะด้วยสต็อกที่ต่ำมากเช่นนี้" ขณะเดียวกันผู้ค้าน้ำมันและนักลงทุนกำลังจับตามองการเจรจาหยุดยิงในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญในการปรับสมดุลของตลาด
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิกฤตสต็อกน้ำมันสหรัฐฯ
Q1: วิกฤตินี้จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในประเทศไทยหรือไม่ และนานแค่ไหน?
A1: คาดว่าราคาน้ำมันขายปลีกในไทยจะปรับสูงขึ้นตามตลาดโลกภายใน 2-3 เดือน โดยคาดว่าจะส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10% จากปัจจุบัน ระยะเวลาวิกฤตขึ้นอยู่กับการยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจกินเวลานานถึงปลายปี 2569
Q2: ประเทศไทยสามารถทำอะไรเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ได้บ้าง?
A2: กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะมีบทบาทสำคัญในการตรึงราคาน้ำมันในประเทศบางส่วน ขณะที่รัฐบาลต้องส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและการประหยัดพลังงาน rock slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ รวมทั้งการปรับปรุงประสิทธิภาพในการขนส่งและภาคอุตสาหกรรมเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันดิบนำเข้า
บทสรุปของวิกฤติสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ในครั้งนี้คือ สัญญาณเตือนที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษสำหรับตลาดพลังงานโลก ระดับสต๊อกที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในคลังที่คูชิงไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นตัวในระยะสั้น และมีแนวโน้มที่จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนราคาน้ำมันให้สูงขึ้นต่อไปในอีก 6-12 เดือนข้างหน้า

บทความที่เกี่ยวข้อง - queen of bounty ios
รายงานพิเศษ Reuters: วิกฤตสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่เมืองคูชิง โอกลาโฮมา ลดลงเหลือ 13 ล้านบาร์เรล สาเหตุจากสงครามตะวันออกกลางและส่งออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ กระทบ