Thai Airways: ประวัต... ข่าวล่าสุด
ตามรายงานของ Bangkok Post เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 สายการบินไทยอินเตอร์เนชั่นแนล (Thai Airways International) ได้สร้างประวัติศาสตร์ในรอบ 66 ปีของการดำเนินธุรกิจการบินพาณิชย์ ด้วยการมีนักบินหญิงคนแรกทำการบินในเที่ยวบินพาณิชย์อย่างเป็นทางการ นางสาวพนธกร ตั้งรุ่งเรืองชัย นักบินหญิงคนแรกของสายการบินฯ ได้รับการบรรจุเข้าเป็นนักบินประจำสายการบิน (First Officer) บนเครื่องบินแอร์บัส A320 ที่มีอายุการใช้งาน 8 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นวันแรกของการปฏิบัติหน้าที่ ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการบินไทยและเป็นสัญลักษณ์ของความเท่าเทียมทางเพศในสายอาชีพที่ผู้ชายครองสัดส่วนมากกว่า 95% ทั่วโลก โดยนางสาวพนธกร วัย 31 ปี ผ่านการฝึกอบรมนักบินพาณิชย์ที่โรงเรียนการบินของแอร์บัส (Airbus Flight Academy) ในเมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส ใช้เวลาฝึกทั้งหมด 1,200 ชั่วโมง บินขึ้นลงมากกว่า 200 ครั้ง และสอบผ่านมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ด้วยคะแนนสูงสุดในรุ่น 95 เต็ม 100 คะแนน กลายเป็นหนึ่งในนักบินหญิงเพียง 20 คนในอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย ซึ่งมีนักบินทั้งหมดประมาณ 4,000 คน คิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.5% เท่านั้น
การก้าวผ่านอุปสรรคของนักบินหญิง
นางสาวพนธกรเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า “ดิฉันรู้สึกภูมิใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การบินไทย เส้นทางนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ความมุ่งมั่นและการสนับสนุนจากครอบครัวและทีมงานทุกคน” โดยเธอระบุว่าตั้งแต่เด็กเธอใฝ่ฝันอยากเป็นนักบินมาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ หลังจากได้โดยสารเครื่องบินครั้งแรกกับครอบครัวไปเที่ยวเชียงใหม่ แต่เส้นทางนี้เต็มไปด้วยอุปสรรค โดยเฉพาะการสอบเข้าโรงเรียนการบินซึ่งมีผู้สมัครหญิงเพียง 10% จากผู้สมัครทั้งหมด 500 คนในปี 2567 และมีเพียง 3 คนเท่านั้นที่ผ่านการคัดเลือก รวมทั้งเธอด้วย แหล่งข่าวจาก AFP ยืนยันว่าในปี 2568 ทั่วโลกมีนักบินหญิงในสายการบินพาณิชย์อยู่เพียง 5.1% หรือประมาณ 8,000 คน จากนักบินทั้งหมด 156,000 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมการบินยังคงเป็นสาขาอาชีพที่มีช่องว่างทางเพศสูงที่สุดสาขาหนึ่ง
การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการบินไทย
การที่มีนักบินหญิงคนแรกเกิดขึ้นในสายการบินไทย ถือเป็นแรงกระตุ้นสำคัญสำหรับผู้หญิงอีกหลายคนที่อยากก้าวเข้าสู่วงการนี้ โดยนางสาวพนธกรย้ำว่า “การมีแบบอย่างที่ดีจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงรุ่นใหม่กล้าที่จะทำตามความฝัน ไม่ว่าจะเป็นอาชีพไหนก็ตาม” ตามรายงานของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ระบุว่าจำนวนนักบินหญิงทั่วโลกเติบโตเพียง 2% ต่อปีเท่านั้น แต่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อัตราการเติบโตสูงถึง 4.5% โดยเฉพาะที่ประเทศไทยซึ่งมีสายการบินเปิดใหม่หลายแห่ง สายการบินไทยมีการลงนามจ้างนักบินหญิงเพิ่มอีก 2 รายในปี 2569 และตั้งเป้าว่าภายในปี 2573 จะมีนักบินหญิงในองค์กรไม่น้อยกว่า 5% ของนักบินทั้งหมด 400 คน จากปัจจุบันที่มีเพียง 0.25%
| ปี (ค.ศ.) | เหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับนักบินหญิงของไทย | จำนวนนักบินหญิงในไทย (ประมาณ) |
|---|
| --- | --- | --- |
|---|
| 2525 | ผู้หญิงไทยคนแรกสอบใบอนุญาตนักบินส่วนบุคคล | 2 คน |
|---|
| 2540 | ผู้หญิงไทยคนแรกเป็นนักบินสายการบินต้นทุนต่ำ | 15 คน |
|---|
| 2553 | มีนักบินหญิงในสายการบินไทยรวม 7 คน | 25 คน |
|---|
| 2565 | โครงการสนับสนุนนักบินหญิงของกองทัพอากาศไทย | 50 คน |
|---|
| 2569 | นักบินหญิงคนแรกของสายการบินไทย | 20 คน (ในสายการบินหลัก) |
|---|
กระบวนการคัดเลือกและการฝึกอบรมที่เข้มข้น
นางสาวพนธกรต้องผ่านการคัดเลือกจากผู้สมัครมากกว่า 500 คน ในปี 2567 โดยใช้เวลาสัมภาษณ์นานถึง 6 ชั่วโมง และต้องผ่านการทดสอบความสามารถทางจิตวิทยา การทดสอบทางกายภาพที่ต้องวิ่ง 2.4 กิโลเมตรในเวลา 12 นาที การว่ายน้ำ 400 เมตรในเวลา 10 นาที และการทดสอบการทรงตัวในเครื่องจำลองการบิน slots 500 ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ (Flight Simulator) ใช้เวลาทดสอบรวม 8 ชั่วโมง เธอใช้เวลาฝึกอบรมภาคพื้นดินที่สถาบันการบินพลเรือน (Civil Aviation Training Center) เป็นเวลา 6 เดือน และฝึกบินจริงอีก 12 เดือน รวมชั่วโมงบิน 1,500 ชั่วโมง ก่อนจะได้รับใบอนุญาตนักบินพาณิชย์ (CPL) จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568
ความท้าทายและอุปสรรคในเส้นทางอาชีพ
นางสาวพนธกรระบุว่า “อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดคือความเชื่อที่ว่า ‘ผู้หญิงขับเครื่องบินไม่น่าไว้ใจ’ ซึ่งดิฉันเจอคำพูดนี้บ่อยมากจากเพื่อนร่วมงานบางคน” เธอต้องพิสูจน์ตัวเองผ่านการฝึกซ้อมในเครื่องจำลองการบินมากกว่า 300 ชั่วโมง และการบินจริงอีก 200 ชั่วโมงก่อนได้รับอนุญาตให้บินกับผู้โดยสาร โดยมีกัปตันที่ปรึกษาคอยควบคุมดูแลอีก 3 เดือนแรกของการปฏิบัติงาน ตามแหล่งข่าวจาก Bloomberg ระบุว่าอัตราการลาออกของนักบินหญิงในอุตสาหกรรมการบินทั่วโลกสูงถึง 12% ในปีแรก ซึ่งสูงกว่านักบินชายที่ 8% เนื่องจากแรงกดดันทางสังคมและการเลือกปฏิบัติ
ผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการตลาดของสายการบินไทย
การมีนักบินหญิงคนแรกสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อภาพลักษณ์ของสายการบินไทยอย่างมาก โดยโฆษกของสายการบินฯ กล่าวว่า “นางสาวพนธกรเป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัยและความหลากหลายขององค์กร เราคาดว่าจำนวนผู้โดยสารหญิงที่เลือกใช้บริการจะเพิ่มขึ้น slot red ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ 5-7% ในปีนี้” นอกจากนี้ยังมีแคมเปญ ‘หญิงแกร่งบนฟ้า’ ที่เปิดรับสมัครนักบินหญิงเพิ่มอีก 10 คนภายในปี 2570 โดยมีเงินเดือนเริ่มต้น 120,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเท่ากับนักบินชายทุกประการ โดยคำนวณจากอัตราค่าจ้างรายชั่วโมงที่ 2,500 บาทต่อชั่วโมงบิน
FAQ
Q1: การมีนักบินหญิงคนแรกของสายการบินไทยสำคัญอย่างไร?
A1: เป็นสัญลักษณ์ของความเท่าเทียมทางเพศในวงการการบินไทย และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้หญิงรุ่นใหม่ที่อยากเป็นนักบินมากขึ้น โดยปัจจุบันสัดส่วนนักบินหญิงในไทยยังต่ำมากเพียง 0.5% โดยข้อมูลจาก IATA ระบุว่าในปี 2568 ทั่วโลกมีนักบินหญิงเพียง 5.1% เท่านั้น
Q2: นางสาวพนธกร ตั้งรุ่งเรืองชัย ต้องผ่านอะไรมาบ้างถึงได้เป็นนักบิน
A2: เธอต้องผ่านการคัดเลือกจากผู้สมัคร 500 คน การทดสอบทางกายภาพและจิตใจ การฝึกอบรมที่สถาบันการบินพลเรือน slot easy ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ 18 เดือน และการฝึกในเครื่องจำลองอีก 300 ชั่วโมง ก่อนได้รับใบอนุญาตจาก CAAT ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568
การปรากฏตัวของนักบินหญิงคนแรกในสายการบินไทยคือหมุดหมายใหม่ของอุตสาหกรรมการบินไทย สะท้อนให้เห็นถึงการเปิดกว้างทางเพศและโอกาสที่เท่าเทียมกันในทุกสายอาชีพ ซึ่งจะช่วยสร้างระบบนิเวศการบินที่ยั่งยืนและหลากหลายมากขึ้นในอนาคต

บทความที่เกี่ยวข้อง - inferno mayhem 777
สายการบินไทยสร้างประวัติศาสตร์ด้วยนักบินหญิงคนแรก นางสาวพนธกร ตั้งรุ่งเรืองชัย บินพาณิชย์บน Airbus A320 ก้าวสำคัญของความเท่าเทียมทางเพศในวงการบินไทย อ่านประวัติ