ทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้า... ข่าวล่าสุด
ตามรายงานของ Reuters เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาได้ประกาศเดินหน้าเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 25% สำหรับสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโก ซึ่งเป็นการยกระดับสงครามการค้าครั้งใหม่ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก โดยมาตรการนี้มีผลบังคับใช้ทันทีครอบคลุมสินค้าหลายประเภทมูลค่ารวมกว่า 400,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่สงครามการค้ารอบแรกในปี 2561
ทรัมป์ให้เหตุผลด้านความมั่นคงและการค้าที่ไม่เป็นธรรม
ในแถลงการณ์จากทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ทรัมป์ระบุว่ามาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการตอบโต้ที่จำเป็นต่อปัญหาการลักลอบขนส่งเฟนทานิลและผู้อพยพผิดกฎหมาย ตลอดจนการค้าที่ไม่สมดุลอย่างรุนแรง โดยประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า "แคนาดาและเม็กซิโกไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องชายแดนได้เลย เราจำเป็นต้องปกป้องคนงานและความมั่นคงของอเมริกา" ตัวเลขล่าสุดจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐชี้ว่าการขาดดุลการค้ากับแคนาดาอยู่ที่ 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2568 ขณะที่เม็กซิโกเกินดุลกับสหรัฐถึง 120,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
ปฏิกิริยาตอบโต้จากแคนาดาและเม็กซิโก
แหล่งข่าวจาก AFP ยืนยันว่านายกรัฐมนตรี จัสติน ทรูโด ของแคนาดาได้ประกาศตอบโต้ทันทีด้วยการเรียกเก็บภาษีสินค้าสหรัฐมูลค่า 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเน้นสินค้าเกษตรและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมส่งสัญญาณการตอบโต้เพิ่มเติมอีก 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐภายใน 30 วัน ทรูโดระบุว่า "แคนาดาจะไม่ยืนเฉยให้ถูกรังแก" ขณะที่ประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบาม ของเม็กซิโกสั่งการให้กระทรวงเศรษฐกิจตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีแบบสมมาตรในวงเงิน 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยชี้นโยบายนี้เป็น "มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไร้หลักการ" การตอบโต้ดังกล่าวมีผลทันทีเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ส่งผลให้สินค้าทั้งสองฝ่ายปรับราคาทันที
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมยานยนต์
ตามรายงานของ Bloomberg Economics การขึ้นภาษี 25% นี้คาดว่าจะลด GDP ของแคนาดาลง 1.5% และเม็กซิโกลง 1.8% ในปี 2569 ส่วนสหรัฐเองก็อาจได้รับผลกระทบ -0.4% จากต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้น อุตสาหกรรมยานยนต์ซึ่งพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานข้ามพรมแดนอย่างมาก โดยเฉพาะในดีทรอยต์และออนแทรีโอ จะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตยานยนต์นานาชาติระบุว่ารถยนต์ที่ประกอบในอเมริกาเหนือ 1 ใน 3 ชิ้นส่วนมาจากแคนาดาหรือเม็กซิโก ทำให้ราคารถยนต์ในสหรัฐอาจปรับขึ้นเฉลี่ย 3,000-5,000 ดอลลาร์ต่อคัน
| ประเทศ | การตอบโต้ทันที (ล้านเหรียญสหรัฐ) | อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด | GDP ที่คาดว่าจะลดลง |
|---|
| --- | --- | --- | --- |
|---|
| แคนาดา | 30,000 | ยานยนต์, เกษตรกรรม, การบิน | -1.5% |
|---|
| เม็กซิโก | 25,000 | ยานยนต์, อิเล็กทรอนิกส์, สิ่งทอ | -1.8% |
|---|
| สหรัฐอเมริกา | - | ยานยนต์, การค้าปลีก | -0.4% |
|---|
สมาคมธุรกิจและนักวิเคราะห์ชี้ความเสี่ยงภาวะถดถอย
ผู้บริหารระดับสูงของสมาคมการค้าหลายแห่งออกมาแสดงความกังวลอย่างหนัก นางเจนนิเฟอร์ แม็คฟี ประธานสภาธุรกิจแคนาดาเปิดเผยว่า "นี่คือการหยุดชะงักห่วงโซ่อุปทานครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่โควิด-19" ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารกลางสหรัฐสาขาชิคาโกประเมินว่าความไม่แน่นอนทางการค้านี้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะถดถอยทั่วโลกขึ้นเป็น mayana slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ 35% จากเดิม 20% ในปี 2568 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกร่วงลงในวันที่ 3 มิถุนายน โดย S&P 500 ลดลง 2.8% และตลาดแคนาดาลดลง 3.4% ขณะที่ค่าเงินเปโซเม็กซิโกอ่อนค่าลง 4% สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี
สหรัฐเผชิญแรงกดดันจากพันธมิตรและองค์กรระหว่างประเทศ
ทั้งสหภาพยุโรปและออสเตรเลียออกแถลงการณ์แสดงความกังวลว่ามาตรการของทรัมป์จะทำลายระบบการค้าพหุภาคีภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) โดยนายกรัฐมนตรีโอลาฟ ชอลซ์ ของเยอรมนีกล่าวว่า "เรากำลังกลับเข้าสู่ยุคมืดของสหรัฐอเมริกาแรก" ขณะที่องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ออกรายงานเตือนว่าสงครามการค้าครั้งนี้อาจทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกลดลงถึง 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์ในปี 2570 ซึ่งจะส่งผลให้ GDP โลกหายไปกว่า 500,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทิศทางความขัดแย้งและความพยายามเจรจา
แม้จะมีการประกาศมาตรการตอบโต้แล้ว แต่ยังมีช่องทางสำหรับการเจรจา โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐและแคนาดามีกำหนดพบกันในวันที่ 10 มิถุนายนที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทว่าทรัมป์ย้ำท่าทีแข็งกร้าวโดยระบุว่า "เราจะลดภาษีเมื่อพวกเขาแก้ปัญหาเรื่องชายแดนได้จริง" slot eye of horus ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ขณะที่เอกอัครราชทูตเม็กซิโกประจำสหรัฐเข้าร่วมการหารือเร่งด่วนที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ผู้เชี่ยวชาญมองว่าหากไม่มีการเจรจาที่ได้ข้อยุติภายในเดือนสิงหาคม ธุรกิจทั่วโลกจะเริ่มปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานอย่างถาวร ซึ่งจะส่งผลระยะยาวต่อต้นทุนการผลิตและการจ้างงานในอเมริกาเหนือ
Q1: ภาษีนำเข้า 25% จากสหรัฐฯ ส่งผลต่อผู้บริโภคในแคนาดาและเม็กซิโกอย่างไร?
A1: ผู้บริโภคในทั้งสองประเทศจะได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าที่สูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ เช่น อาหารแปรรูป เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และชิ้นส่วนยานยนต์ ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในแคนาดาอาจเพิ่มขึ้น 0.3% และในเม็กซิโก 0.5% ภายในสิ้นปีนี้ ขณะเดียวกันธุรกิจขนาดเล็กที่พึ่งพาการค้าชายแดนอาจเผชิญปัญหาสภาพคล่องเนื่องจากต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
Q2: มาตรการตอบโต้ของแคนาดาและเม็กซิโกจะส่งผลต่อรัฐใดในสหรัฐฯ มากที่สุด?
A2: รัฐที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ได้แก่ มิชิแกน (ยานยนต์), วิสคอนซิน (ชีสและนม), นิวยอร์ก (เครื่องดื่มแอลกอฮอล์) และเท็กซัส free slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ (การเกษตรและปิโตรเคมี) โดยเฉพาะในมิชิแกนที่อุตสาหกรรมยานยนต์คิดเป็น 20% ของ GDP ของรัฐ คาดว่าอาจมีการเลิกจ้างพนักงานถึง 50,000 ตำแหน่งภายใน 6 เดือนหากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย
วิกฤตภาษีทรัมป์รอบนี้กำลังผลักดันให้ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโกเข้าสู่จุดต่ำสุดนับตั้งแต่ข้อตกลง USMCA มีผลบังคับใช้ โดยทั้งสามประเทศต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญในการรักษาความสัมพันธ์ทางการค้าที่มีมูลค่ารวมกว่า 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อปี ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์เศรษฐกิจอเมริกาเหนืออย่างถาวร

บทความที่เกี่ยวข้อง - treasures of aztec สูตร
สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษี 25% จากแคนาดาและเม็กซิโก ส่งผลให้ทั้งสองประเทศตอบโต้ทันที วิกฤตสงครามการค้าครั้งใหม่นี้จะส่งผลกระทบต่อ GDP โลกรวม 0.5% และคุกคามเสถียรภาพขอ