สิงคโปร์-เวียดนามลงน... ข่าวล่าสุด
สิงคโปร์และเวียดนามได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) หลายฉบับ เพื่อกระชับความร่วมมือในด้านการแลกเปลี่ยนผู้นำและเจ้าหน้าที่ทวิภาคี ความร่วมมือด้านตุลาการพาณิชย์ เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง เกษตรกรรมและอาหาร รวมถึงการศึกษาและการฝึกอบรม ตามรายงานของสื่อสิงคโปร์ 8world เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 (2026) การเยือนครั้งนี้เป็นการเยือนสิงคโปร์ในฐานะประธานาธิบดีเวียดนามครั้งแรกของนายโต เลิม ซึ่งเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการในตอนเช้า ก่อนจะเข้าพบประธานาธิบดีถมัน ชานมุครัตนัม และนายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง โดยประธานาธิบดีสิงคโปร์ยังได้จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่คณะของนายโต เลิม ซึ่งการลงนามข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างสองประเทศภายใต้บริบทความไม่แน่นอนของโลกที่เพิ่มขึ้น
การเยือนประวัติศาสตร์และพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ
ตามรายงานของ 8world ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ประธานาธิบดีเวียดนาม นายโต เลิม เดินทางถึงสิงคโปร์และเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการที่ทำเนียบประธานาธิบดี ซึ่งถือเป็นการเยือนสิงคโปร์ในฐานะประธานาธิบดีครั้งแรกของเขา โดยมีประธานาธิบดีถมัน ชานมุครัตนัม ให้การต้อนรับ ก่อนที่นายโต เลิมจะเข้าพบนายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อหารือประเด็นความร่วมมือในภูมิภาค ซึ่งแหล่งข่าวจาก AFP ยืนยันว่าการเยือนครั้งนี้มุ่งเน้นการเสริมสร้างกรอบความร่วมมือระหว่างกันท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในทะเลจีนใต้ โดยมีการหารือเกี่ยวกับการรักษาเสถียรภาพและการเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ
วิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ร่วมกันท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก
ในงานเลี้ยงอาหารค่ำที่ทำเนียบประธานาธิบดีเมื่อค่ำวันที่ 29 พฤษภาคม ประธานาธิบดีถมัน ชานมุครัตนัม กล่าวในคำปราศรัยว่า "โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง สำหรับประเทศอย่างสิงคโปร์และเวียดนาม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ใช่แนวคิดที่เป็นนามธรรม พวกมันส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ความมั่นคงของชาติ และอนาคตของคนรุ่นต่อไป" เขาเน้นย้ำว่าสิงคโปร์และเวียดนามมีวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ที่คล้ายคลึงกัน และทั้งสองประเทศมุ่งมั่นที่จะรักษาบทบาทศูนย์กลางของอาเซียน และสนับสนุนระบบพหุภาคีที่ยึดหลักกฎระเบียบในโลกที่มีความผันผวนและไม่แน่นอนมากขึ้น โดยมีโครงสร้างการค้าโลกและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นหลักที่ต้องร่วมมือกัน โดยนายโต เลิม กล่าวตอบว่า "ความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามและสิงคโปร์กำลังใกล้ชิดยิ่งขึ้น ความไว้วางใจทางการเมืองหยั่งรากลึก และความร่วมมือทวิภาคีและพหุภาคีก็กว้างขวางมากขึ้น ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์เวียดนาม-สิงคโปร์เป็นแบบอย่างที่เต็มไปด้วยพลังและความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ"
ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงและนวัตกรรม
ข้อตกลงสำคัญฉบับหนึ่งคือบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของสิงคโปร์ และกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม ในการจัดตั้งคณะทำงานด้านเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย dafabet slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ รวมถึงหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรมของทั้งสองประเทศ โดยเวียดนามหวังว่าจะดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีของสิงคโปร์ ซึ่งมีมูลค่าโครงการรวมกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในปีที่แล้ว เพื่อยกระดับห่วงโซ่อุปทานของตนเอง โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มมูลค่าการผลิตในประเทศขึ้นร้อยละ 8 ภายในปี 2573
| ด้านความร่วมมือ | หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | วัตถุประสงค์หลัก |
|---|
| --- | --- | --- |
|---|
| การผลิตขั้นสูง | กระทรวงการค้าสิงคโปร์ - กระทรวงอุตสาหกรรมเวียดนาม | ส่งเสริมเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ |
|---|
| ยุติธรรมพาณิชย์ | กระทรวงยุติธรรมสิงคโปร์ - กระทรวงยุติธรรมเวียดนาม | พัฒนากรอบกฎหมายการค้าทวิภาคี |
|---|
| ความมั่นคงทางอาหาร | Singapore Food Agency - กระทรวงเกษตรฯ เวียดนาม | เพิ่มการนำเข้าผลไม้และอาหารทะเลคุณภาพสูง |
|---|
| การศึกษาและการฝึกอบรม | กระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ - กระทรวงศึกษาฯ เวียดนาม | แลกเปลี่ยนบุคลากรและโครงการทุนการศึกษา |
|---|
ความร่วมมือด้านตุลาการพาณิชย์เพื่อเอื้อการค้า
อีกหนึ่งข้อตกลงที่สำคัญคือความร่วมมือด้านตุลาการพาณิชย์ระหว่างศาลยุติธรรมแห่งสิงคโปร์และศาลประชาชนสูงสุดของเวียดนาม โดยมีเป้าหมายในการเสริมสร้างกลไกการระงับข้อพิพาททางการค้าระหว่างกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมบรรยากาศการลงทุนที่มีความมั่นคง โดยเวียดนามเป็นคู่ค้ารายใหญ่เป็นอันดับ 4 ของสิงคโปร์ในกลุ่มอาเซียน โดยมีมูลค่าการค้ารวมสูงถึง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สิงคโปร์ในปี 2568 นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง กล่าวระหว่างการพบปะกับนายโต เลิม ว่า "การที่เรามีระบบตุลาการที่เข้มแข็งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และทำให้การค้าขายระหว่างเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น"
การเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารผ่านคณะทำงานสินค้าเกษตร
ความร่วมมือที่โดดเด่นอีกประการหนึ่งคือการจัดตั้งคณะทำงานการค้าสินค้าเกษตรและอาหารสิงคโปร์-เวียดนาม (Singapore-Vietnam Agrifood Trade Working Group) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานอาหาร โดยสิงคโปร์นำเข้าผลไม้จากเวียดนามมากถึง 3. slot png ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ 5 หมื่นตันในปี 2568 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25 ของการนำเข้าผลไม้ทั้งหมด โดยข้อตกลงนี้จะช่วยให้เกิดมาตรฐานการตรวจสอบที่รวดเร็วขึ้น และลดระยะเวลาการกักกันสินค้าจากเดิม 14 วันเหลือเพียง 5 วัน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการส่งออกสินค้าเกษตรของเวียดนามให้เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ในปีนี้ โดยเฉพาะทุเรียนและมังคุด ซึ่งเป็นที่นิยมในตลาดสิงคโปร์
การแลกเปลี่ยนผู้นำและบุคลากรเพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจ
พื้นที่ความร่วมมือที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการแลกเปลี่ยนผู้นำและเจ้าหน้าที่ทวิภาคี ซึ่งรวมถึงโครงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่รัฐบาลเวียดนามที่สิงคโปร์ โดยศูนย์ความร่วมมือสิงคโปร์ (Singapore Cooperation Programme) ได้ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่เวียดนามไปแล้วมากกว่า 2 หมื่นคนนับตั้งแต่ปี 2535 การลงนาม MoU ฉบับล่าสุดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จะขยายขอบเขตการแลกเปลี่ยนให้ครอบคลุมถึงเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นอีกจำนวน 500 คนในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะมุ่งเน้นการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะและการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล
FAQ
Q1: ข้อตกลงฉบับไหนที่ถือว่ามีนัยสำคัญมากที่สุดในการเยือนครั้งนี้?
A1: ผู้เชี่ยวชาญหลายรายมองว่าข้อตกลงด้านเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงมีความสำคัญมากที่สุด เนื่องจากจะช่วยยกระดับห่วงโซ่อุตสาหกรรมของเวียดนามให้ทันสมัยขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลฮานอยที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยสิงคโปร์มีบทบาทเป็นแหล่งลงทุนด้านเทคโนโลยีรายใหญ่ที่สุดในเวียดนามนับตั้งแต่ปี 2563
Q2: การเยือนครั้งนี้ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศอย่างไร?
A2: การเยือนของประธานาธิบดีโต เลิม ในฐานะประธานาธิบดีครั้งแรก ตอกย้ำความสัมพันธ์ระดับสูงสุดระหว่างสองประเทศ โดยทั้งสองฝ่ายได้ยกระดับความร่วมมือไปสู่มิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น slot machine konami ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ โดยเฉพาะในประเด็นที่ละเอียดอ่อนอย่างทะเลจีนใต้ ซึ่งเวียดนามต้องการให้สิงคโปร์ซึ่งเป็นประธานอาเซียนในปี 2569 มีบทบาทมากขึ้นในการรักษาความมั่นคงในภูมิภาค
การลงนามบันทึกความเข้าใจหลายฉบับระหว่างสิงคโปร์และเวียดนามในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ทวิภาคีที่แน่นแฟ้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ความมั่นคงทางอาหาร และการค้าระหว่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งการร่วมมือกันของสองประเทศจะช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคอาเซียนได้อย่างยั่งยืน
บทความที่เกี่ยวข้อง - pragmatic play slot free ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ
สิงคโปร์และเวียดนามลงนามบันทึกความเข้าใจหลายฉบับ ครอบคลุมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงและความมั่นคงทางอาหาร ระหว่างการเยือนของประธานาธิบดีโต เลิม ครั้ง