กฎใหม่ CAAT 2569: พา... ข่าวล่าสุด
ตามรายงานของ Bangkok Post เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ได้ออกกฎข้อบังคับใหม่สำหรับผู้โดยสารที่ถือพาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) ขึ้นเครื่องบิน โดยกำหนดขีดจำกัดความจุของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน รวมถึงการห้ามนำพาวเวอร์แบงก์ใส่ในกระเป๋าเดินทางที่โหลดใต้ท้องเครื่อง (Checked Baggage) อย่างเด็ดขาด กฎระเบียบนี้มีผลบังคับใช้ทันทีเพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านการบินตามมาตรฐานสากล
ข้อกำหนดหลักของ CAAT และขีดจำกัดความจุแบตเตอรี่
ภายใต้กฎใหม่ที่ประกาศโดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT ผู้โดยสารสามารถพกพาพาวเวอร์แบงก์ติดตัวขึ้นห้องโดยสาร (Cabin Luggage) ได้เท่านั้น โดยแบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) ที่มีความจุไม่เกิน 100 วัตต์-ชั่วโมง (Wh) หรือประมาณ 27,000 มิลลิแอมป์-ชั่วโมง (mAh) สามารถนำขึ้นเครื่องได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่สำหรับพาวเวอร์แบงก์ที่มีความจุระหว่าง 100 ถึง 160 วัตต์-ชั่วโมง ผู้โดยสารต้องขออนุญาตจากสายการบินล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการ ก่อนวันเดินทาง แหล่งข่าวจาก AFP ยืนยันว่ากฎนี้สอดคล้องกับมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ที่ใช้เป็นแนวทางสำหรับการขนส่งแบตเตอรี่ลิเธียมทางอากาศทั่วโลก
ทำไมถึงห้ามพาวเวอร์แบงก์ในกระเป๋าโหลดใต้ท้อง?
สาเหตุสำคัญที่ CAAT ห้ามพกพาวเวอร์แบงก์ในกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่องมาจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัย แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนในพาวเวอร์แบงก์อาจเกิดการลัดวงจรหรือร้อนเกินไปจนทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ ซึ่งในห้องเก็บสัมภาระใต้ท้องเครื่องที่ไม่มีผู้โดยสารอยู่ การตรวจจับและดับเพลิงทำได้ยากกว่าในห้องโดยสาร นายสมชาย วงศ์วัฒนา รองอธิบดี CAAT เปิดเผยว่า "การเกิดเพลิงไหม้จากแบตเตอรี่ลิเธียมในที่อับอากาศใต้ท้องเครื่องเป็นอันตรายร้ายแรงต่อความปลอดภัยของเที่ยวบิน การจำกัดให้พาวเวอร์แบงก์อยู่ในห้องโดยสารทำให้ลูกเรือสามารถจัดการกับเหตุฉุกเฉินได้ทันที" ทั้งนี้ ในปี 2568 ที่ผ่านมา มีรายงานเหตุการณ์แบตเตอรี่ลิเธียมเกิดความร้อนสูง (Thermal Runaway) บนเครื่องบินพาณิชย์ทั่วโลกถึง 43 ครั้ง ซึ่ง 12 ครั้งในจำนวนนี้เกิดจากพาวเวอร์แบงก์โดยตรง
จำนวนพาวเวอร์แบงก์ที่พกได้และการติดฉลาก
กฎใหม่ยังกำหนดจำนวนพาวเวอร์แบงก์ที่ผู้โดยสารสามารถพกติดตัวขึ้นเครื่องได้อีกด้วย โดยแต่ละคนสามารถพกพาพาวเวอร์แบงก์ได้สูงสุดไม่เกิน 2 ชิ้น โดยต้องเป็นพาวเวอร์แบงก์ที่ติดฉลากระบุความจุเป็นวัตต์-ชั่วโมงอย่างชัดเจน หากพาวเวอร์แบงก์ใดไม่มีฉลากหรือฉลากเลือนลางจนอ่านไม่ได้ สายการบินมีสิทธิ์ปฏิเสธไม่ให้ผู้โดยสารนำขึ้นเครื่อง CAAT ระบุว่าข้อกำหนดนี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยและลูกเรือสามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ที่แนะนำให้ผู้โดยสารทุกคนตรวจสอบพาวเวอร์แบงก์ของตนก่อนเดินทาง
ตารางสรุปข้อกำหนดพาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบินของไทย
| ประเภทพาวเวอร์แบงก์ (ความจุ) | สถานที่พกพา | ต้องขออนุญาต? | จำนวนสูงสุดที่พกได้ |
|---|
| --- | --- | --- | --- |
|---|
| ไม่เกิน 100 Wh (27,000 mAh) | ห้องโดยสารเท่านั้น | ไม่ต้องขออนุญาต | 2 ชิ้น |
|---|
| 100–160 Wh (27,000–43,000 mAh) | ห้องโดยสารเท่านั้น | ต้องขอจากสายการบินล่วงหน้า 3 วัน | 1 ชิ้น (รวมอยู่ใน 2 ชิ้น) |
|---|
| เกิน 160 Wh | ห้ามนำขึ้นเครื่องทุกกรณี | – | – |
|---|
| ไม่มีฉลากระบุความจุ | ห้ามนำขึ้นเครื่องทุกกรณี | – | – |
|---|
ปฏิกิริยาจากสายการบินและผู้โดยสาร
สายการบินต่างๆ ในประเทศไทย อาทิ การบินไทย (Thai Airways) และบางกอกแอร์เวย์ส (Bangkok Airways) ได้เริ่มบังคับใช้กฎดังกล่าวทันทีที่ CAAT ประกาศ โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจสอบสัมภาระคอยแจ้งเตือนผู้โดยสารที่จุดเช็คอินและประตูขึ้นเครื่อง ผู้โดยสารท่านหนึ่งที่เดินทางจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ในวันที่ 5 มิถุนายน กล่าวว่า "ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยรู้ว่าพาวเวอร์แบงก์ห้ามใส่กระเป๋าโหลดใต้ท้อง free slot games ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ เจ้าหน้าที่ที่สนามบินดอนเมืองแจ้งให้เอาออกมาถือติดตัว ผมคิดว่าหลายคนยังไม่ทราบกฎนี้และอาจโดนยึดพาวเวอร์แบงก์" ในขณะที่ผู้โดยสารอีกคนแสดงความคิดเห็นว่า "กฎนี้มีความจำเป็นเพื่อความปลอดภัยของทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนึกถึงเหตุเพลิงไหม้บนเครื่องบินที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ" ข้อมูลจาก CAAT ระบุว่ามีผู้โดยสารถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่องเนื่องจากพกพาวเวอร์แบงก์ผิดกฎแล้วอย่างน้อย 89 รายในสัปดาห์แรกที่กฎมีผลบังคับใช้
การปรับตัวของผู้ผลิตพาวเวอร์แบงก์และมาตรฐานใหม่
ผู้ผลิตพาวเวอร์แบงก์รายใหญ่ในไทยและต่างประเทศกำลังเร่งปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับกฎระเบียบใหม่ของ CAAT ซึ่งรวมถึงการพิมพ์ฉลากแสดงความจุเป็นวัตต์-ชั่วโมง (Wh) ที่ชัดเจนและติดทนทานบนตัวเครื่อง แทนที่การพิมพ์เฉพาะ mAh ที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่คุ้นเคย คาดว่าตลาดพาวเวอร์แบงก์ในประเทศไทยจะมีมูลค่าประมาณ 5,200 ล้านบาทในปี 2569 และกฎใหม่อาจส่งผลให้ยอดขายพาวเวอร์แบงก์ที่มีความจุต่ำกว่า 100 Wh เพิ่มขึ้นมากกว่า 30% ภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่พาวเวอร์แบงก์ความจุสูงเกิน 160 Wh มักถูกใช้งานในอุตสาหกรรมพลังงานและอุปกรณ์เฉพาะทางอาจหายไปจากตลาดค้าปลีกสำหรับผู้บริโภคทั่วไป
ข้อแนะนำสำหรับผู้โดยสารก่อนเดินทาง
CAAT แนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบข้อกำหนดเกี่ยวกับพาวเวอร์แบงก์ก่อนเดินทางทุกครั้ง โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางต่อเครื่องระหว่างประเทศ เนื่องจากข้อกำหนดของแต่ละประเทศอาจแตกต่างกันไป นอกจากนี้ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าพาวเวอร์แบงก์อยู่ในสภาพดี ไม่มีรอยบุบหรือบวม mbk slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ และเก็บพาวเวอร์แบงก์ไว้ในที่ที่เข้าถึงง่ายภายในกระเป๋าถือติดตัวเครื่อง เพื่อให้สามารถนำออกมาแสดงแก่เจ้าหน้าที่หรือลูกเรือได้หากมีการตรวจสอบ นายวิโรจน์ ศิริวิบูลย์ นักวิเคราะห์ความปลอดภัยด้านการบิน กล่าวว่า "ผู้โดยสารควรชาร์จพาวเวอร์แบงก์ให้เหลือประมาณ 30-50% ก่อนเดินทางและไม่ควรใช้พาวเวอร์แบงก์ที่ไม่มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานอย่าง UL หรือ CE"
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน
Q1: ผมสามารถนำพาวเวอร์แบงก์ที่มีความจุ 20,000 mAh ขึ้นเครื่องบินในประเทศไทยได้หรือไม่?
A1: ได้ เนื่องจากพาวเวอร์แบงก์ที่มีความจุ 20,000 mAh โดยทั่วไปจะมีค่าประมาณ 74 วัตต์-ชั่วโมง (Wh) ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 100 Wh ที่ CAAT กำหนด ผู้โดยสารสามารถนำขึ้นเครื่องได้ 2 ชิ้น โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ต้องพกไว้ในห้องโดยสารเท่านั้น และห้ามใส่ในกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง
Q2: เกิดอะไรขึ้นถ้าผู้โดยสารไม่ทราบกฎและนำพาวเวอร์แบงก์ใส่ในกระเป๋าโหลดใต้ท้อง?
A2: หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบพาวเวอร์แบงก์ในกระเป๋าโหลดใต้ท้องระหว่างการตรวจสอบความปลอดภัย พวกเขาจะเรียกผู้โดยสารให้นำพาวเวอร์แบงก์ออกมา และอาจแนะนำให้นำติดตัวขึ้นเครื่องหรือฝากไว้กับญาติที่สนามบิน spin 777 slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ในกรณีร้ายแรงหากผู้โดยสารปฏิเสธหรือไม่สามารถปฏิบัติตามได้ สายการบินมีสิทธิ์ปฏิเสธไม่ให้พาวเวอร์แบงก์ชิ้นนั้นเดินทาง และในบางกรณีอาจปฏิเสธการขนส่งกระเป๋าเดินทางทั้งใบได้
สรุปและแนวโน้มในอนาคต
กฎระเบียบใหม่ของ CAAT เกี่ยวกับพาวเวอร์แบงก์สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินให้เทียบเท่าสากล ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากอัคคีภัยจากแบตเตอรี่ลิเธียมบนเครื่องบินได้อย่างมีนัยสำคัญ ผู้โดยสารทุกคนควรทำความเข้าใจข้อกำหนดเกี่ยวกับพาวเวอร์แบงก์ก่อนเดินทางเพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สะดวกและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางทางอากาศ คาดว่าในอนาคตเทคโนโลยีแบตเตอรี่ชนิดโซลิดสเตต (Solid-State Battery) ที่มีความปลอดภัยสูงกว่าอาจช่วยผ่อนคลายข้อจำกัดเหล่านี้ลง

บทความที่เกี่ยวข้อง - rooster rumble 999
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ประกาศกฎข้อบังคับพาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน จำกัดความจุ 100 Wh และห้ามใส่กระเป๋าโหลดใต้ท้อง มีผลบังคับใช้ 4 มิ.ย. 2569