SPCG จ่อช้อนซื้อไฟฟ้... ข่าวล่าสุด
ผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ SPCG จำกัด (มหาชน) กำลังจับตาความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของภาครัฐ หลังจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) อนุมัติโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์บนหลังคา (rooftop solar buyback) สำหรับครัวเรือน ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เจ้าของบ้านสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้กับระบบโครงข่ายได้ โดยตามรายงานของ Reuters ระบุว่า โครงการนี้มีเป้าหมายที่จะเริ่มรับซื้อไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 (2025) เป็นต้นไป ซึ่ง SPCG ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานแสงอาทิตย์ เตรียมใช้กลยุทธ์ใหม่เพื่อเจาะตลาดนี้ทันที
SPCG ปรับกลยุทธ์รับเทรนด์โซลาร์บ้าน
SPCG ซึ่งเดิมเน้นพัฒนาโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ในระดับสาธารณูปโภค กำลังหันมาให้ความสนใจตลาดโซลาร์เซลล์บนหลังคาที่อยู่อาศัยมากขึ้น นายวัชรพล เอี่ยมกุศลกิจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ SPCG เปิดเผยว่า “เรามองเห็นโอกาสสำคัญจากนโยบายนี้ ไม่ใช่แค่การขายอุปกรณ์ แต่คือการเข้าไปบริหารจัดการระบบไฟฟ้าทั้งระบบของครัวเรือน เพื่อให้สามารถขายคืนได้สูงสุด” บริษัทวางแผนนำเสนอโมเดลใหม่ล่าสุด คือ การติดตั้งระบบพร้อมแบตเตอรี่สำรอง เพื่อให้ครัวเรือนสามารถกักเก็บพลังงานในเวลากลางวันและปล่อยขายในเวลากลางคืน ซึ่งเป็นช่วงที่ค่าไฟฟ้าตามช่วงเวลาของการใช้ (Time of Use: TOU) มีราคาสูงขึ้น
โครงการรับซื้อคืนนี้กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าพลังงานไทย หลังจากก่อนหน้านี้เคยมีการปิดรับซื้อไปเมื่อหลายปีก่อน แต่กลับมาเปิดอีกครั้งเพื่อกระตุ้นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ตามเป้าหมายที่ประเทศไทยต้องการเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนเป็นร้อยละ 50 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2580 (2037)
รายละเอียดโครงการซื้อคืนไฟฟ้า 2568
ตามแผนของกพช. ครัวเรือนที่เข้าร่วมจะต้องติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ที่มีกำลังผลิตไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ (kW) และสามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบได้ในอัตราไม่เกิน 2.20 บาทต่อหน่วย ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าการประหยัดค่าไฟที่เคยคำนวณไว้ในบางพื้นที่ แหล่งข่าวจาก Bloomberg ยืนยันว่า อัตรานี้อาจถูกปรับทบทวนอีกครั้งในปี 2569 ขึ้นอยู่กับต้นทุนการผลิตและอัตราเงินเฟ้อของประเทศ
| รายการ | รายละเอียด | หมายเหตุ |
|---|
| --- | --- | --- |
|---|
| กำลังผลิตสูงสุดต่อครัวเรือน | ไม่เกิน 10 kW | ตามข้อกำหนดของ กฟภ. และ กฟน. |
|---|
| อัตรารับซื้อคืน | 2.20 บาทต่อหน่วย (หน่วยไฟฟ้าหรือ kWh) | อาจปรับเปลี่ยนได้ทุกปี |
|---|
| ระยะเวลาเริ่มโครงการ | 1 มิถุนายน 2568 | เฉพาะวันธรรมดาเท่านั้น |
|---|
| จำนวนครัวเรือนเป้าหมาย | เบื้องต้น 100,000 ครัวเรือนใน 3 ปีแรก | คิดเป็นกำลังผลิตรวมประมาณ 500 เมกะวัตต์ |
|---|
| การติดตั้งที่พักอาศัย | ต้องผ่านการตรวจสอบจากวิศวกรที่ขึ้นทะเบียน | มีค่าธรรมเนียมการตรวจสอบประมาณ 3,000-5,000 บาท |
|---|
ตัวเลขเหล่านี้บ่งชี้ว่าบริษัทอย่าง SPCG จะมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยเฉพาะหากสามารถขายอุปกรณ์และบริการติดตั้งได้ถึง 10, slot shark ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ 000 ระบบภายในปี 2569 ซึ่งจะสร้างรายได้กว่า 2,000 ล้านบาท
การตอบรับและความท้าทายของตลาด
แม้จะเป็นข่าวดีสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้า แต่ก็มีความท้าทายสำคัญบางประการ นายสมชาย ภิญโญชีพ นักวิเคราะห์อิสระด้านพลังงาน กล่าวว่า “การขายไฟฟ้าคืนในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย อาจจะไม่จูงใจเท่าที่ควรสำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าน้อย เพราะผลตอบแทนจะต่ำ หากเทียบกับต้นทุนระบบติดตั้งที่สูงถึง 80,000-120,000 บาทต่อระบบ 10kW” นอกจากนี้ การยื่นขออนุญาตติดตั้งยังมีขั้นตอนที่ซับซ้อน จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายก่อน ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 45-60 วัน
แม้จะมีอุปสรรค แต่บริษัทติดตั้งโซลาร์ในไทยอย่างบริษัท ซันไรส์ โซลาร์ เอเนอร์จี จำกัด ซึ่งเป็นคู่แข่งหลักของ SPCG ก็เตรียมขยายทีมขายอีก 200 คนภายใน 6 เดือนข้างหน้า เพื่อรองรับความต้องการที่คาดว่าจะพุ่งสูงขึ้น การแข่งขันด้านราคาและการบริการหลังการขายจะกลายเป็นปัจจัยชี้ขาด
ภาครัฐตั้งเป้าลดการนำเข้า LNG
นโยบายนี้มีเป้าหมายสำคัญในระดับมหภาคเพื่อลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตไฟฟ้า ตามข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ในเดือนมกราคม 2568 hand of midas slot ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ราคา LNG โลกปรับตัวสูงขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ทำให้ค่าไฟในบ้านสูงขึ้นต่อเนื่อง SPCG ระบุว่าการเพิ่มจำนวนโซลาร์บนหลังคาเรือนจะช่วยลดแรงกดดันนี้ได้ โดยแต่ละครัวเรือนที่ติดตั้งระบบสามารถลดการใช้ไฟฟ้าจากโครงข่ายลงได้ถึง 70% และขายคืนส่วนเกินในช่วงที่การผลิตสูงสุด
นอกจากนี้ ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ (2568-2570) ยังกำหนดเป้าหมายให้ประเทศไทยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 20% ภายใน 10 ปีข้างหน้า ซึ่งการรับซื้อคืนไฟฟ้าจากหลังคาเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้โดยตรง
FAQ: ข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายรับซื้อไฟฟ้า
Q1: ระบบของฉันที่ติดตั้งไปแล้วเมื่อปี 2565 สามารถขายไฟฟ้าคืนได้หรือไม่
A1: ตามประกาศล่าสุดของกพช. เฉพาะระบบที่ติดตั้งหลังวันที่ 1 มิถุนายน 2568 เท่านั้นที่จะสามารถเข้าร่วมโครงการรับซื้อคืนได้ แต่ระบบเก่าสามารถเข้าร่วมได้หากได้รับการปรับปรุงให้มีมาตรวัดแบบ 2 ทิศทาง และผ่านการตรวจสอบจากวิศวกรใหม่ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณ 10,000-15,000 บาท
Q2: ต้องใช้พื้นที่เท่าไรหากต้องการติดตั้งระบบ 5 kW
A2: โดยเฉลี่ยแล้ว การติดตั้งแผงโซลาร์ขนาด 5 kW จะใช้พื้นที่บนหลังคาประมาณ 30-40 ตารางเมตร ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของแผง slot mafia ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ สำหรับบ้านทั่วไปที่มีพื้นที่หลังคา 100 ตารางเมตร ก็สามารถติดตั้งได้อย่างสบาย โดยต้องคำนึงถึงทิศทางการรับแสงอาทิตย์ (ทิศใต้ หรือทิศตะวันตกเฉียงใต้) เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
อนาคตของหลังคาไทย
การเปิดรับซื้อคืนไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์บนหลังคาในปี 2568 กำลังสร้างความหวังให้กับอุตสาหกรรมพลังงานของไทย และสร้างโอกาสให้กับบริษัทอย่าง SPCG มากขึ้น ความสำเร็จของนโยบายนี้ขึ้นอยู่กับ การปรับอัตราค่าตอบแทนให้จูงใจมากขึ้น การลดขั้นตอนราชการ และการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในตลาด ซึ่งหากทุกฝ่ายร่วมมือกัน ไทยอาจเดินหน้าไปสู่เป้าหมายด้านพลังงานสะอาดได้เร็วกว่าที่คาด

บทความที่เกี่ยวข้อง - dreams of macau 168
SPCG เตรียมรับนโยบายรับซื้อคืนไฟฟ้าจากโซลาร์บนหลังคาเรือนของรัฐ เริ่ม 1 มิ.ย. 2568 อัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ลดการนำเข้า LNG และเพิ่มพลังงานสะอาดในไทย ดูรายละเอียด